สวัสดีครับคุณหมอ ต้องการความรู้และสอบถาม
ผมมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงขายบริการเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยมีการป้องกันโดยการใส่ถุงยางอนามัย โดยพอเสร็จภารกิจก็ถอดถุงยางด้วยนิ้วมือเปล่าๆ โดยนิ้วอาจมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้หญิงที่ติดกับผิวถุงยางด้านนอก พอทิ้งถุงยางเสร็จก็ไปล้างมือ โดยปกติเป็นคนชอบกัดเล็บ แต่ไม่แน่ใจว่า ณ ขณะนั้นจะมีแผลอะไรที่ซอกเล็บหรือเปล่า
หลังจากผ่านไปได้สองเดือน พอถึงเดือนกันยายน ผมมีอาการป่วย มีอาการไอ ระคายเคืองคอ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง หลังจากนั้นไม่นานมีอาการลำไส้อักเสบ ท้องร่วงเฉียบพลันถ่ายเป็นน้ำ สิบรอบขึ้นต่อวัน น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และมีไข้ขึ้นประมาณ 38 และมีตุ่มแดงๆขึ้นที่หน้าอก ผมไม่แน่ใจว่ามันคือตุ่มสิว หรือยุงกัด หรือตุ่มอะไรเพราะอากาศค่อนข้างร้อน
แต่อาการที่ว่ามาทั้งหมดนั้นผมหายหมดแล้ว เหลือก็แต่เพียงอาการไอ ระคายเคืองคอ และตุ่มเม็ดแดงๆที่ขึ้นที่ตัวนิดหน่อย
ผมแค่สงสัยว่าอาการที่ว่ามาทั้งหมดนั้นมันสามารถเป็น ระยะแยกของเชื้อ HIV ที่จะเป็นช่วงนึงแล้วหายไปได้หรือไม่ เพราะค่อนข้างคิดมากครับ และอาการของวัณโรคปอดที่เป็นอาการเริ่มต้นของเชื้อเอดส์เป็นอย่างไร เพราะผมยังมีการไออยู่ กลัวเป็นจริงๆ
ขอบคุณครับ

