ถามแพทย์

  • ผลตรวจเลือดของโรงพยาบาล

  •  kzaa4474
    สมาชิก

    แฟนผมได้มีอาการคล้ายไส้ติ่ง หรือซีสเพื่อจะผ่าตัด ไปพบหมอ หมอให้ทำการเจาะเลือด เจาะรอบแรกหมอให้ไปเจาะอีกบอกว่าผลเลือดไม่ชัดเจน จึงเจาะรอบสอง หมอบอกว่าพบมีเชื้อ HIV แนะนำให้ตรวจรอบที่สาม แต่แฟนเค้าไม่ยอมครับโดยยืนยันว่าไม่เคยมีภาวะเสี่ยง 

    ผมมีปัญหารบกวนถามดังนี้ครับ

    1 อาการป่วยข้างต้นจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HIV ไหมครับ

    2 ผลตรวจ2ครั้งเชื่อถือได้หรือไม่ครับ มีโอกาศผิดพลาดไหม กี่เปอร์เซ็น

    3 ปัจจุบันแฟนผมก็ไม่มีอาการอะไร นอกจากชอบปวดหัวครับ เป็นไปได้ไหม ว่าจะรับเชื้อมา 

    สวัสดีค่ะ คุณ kzaa4474,

                          ตอบคำถามตามข้อดังนี้

                         1. โดยปกติ เมื่อจะผ่าตัด แพทย์จำเป็นต้องมีการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV เพราะหากผู้ป่วยมีการติดเชื้อ การผ่าตัดก็จะต้องมีการป้องกันมากขึ้นกว่าปกติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อไปยังบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการช่วยผ่าตัดค่ะ

                        2. การตรวจเลือดหาการติดเชื้อ HIV หากได้ตรวจ 2 ครั้งแล้ว ผลที่ได้ก็ถือว่าเชื่อถือได้แล้วค่ะ

                         3. การรับเชื้อ HIV มีได้หลายทาง เช่น ทางเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือออรัลเซ๊กส์ นอกจากนี้ ก็มีการใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น เช่น ในผู้ใช้ยาเสพติดฉีดเข้าเส้น การไปสักลาย เป็นต้น และเมื่อรับเชื้อมาแล้ว 2-4 สัปดาห์อาจมีอาการได้เล็กน้อย เช่น ไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว อ่อนเพลีย เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่นนูนแดงที่ผิวหนัง อุจจาระเหลว โดยอาการจะเป็นอยู่ไม่นานแล้วหายไปได้เอง หลังจากนั้นก็จะไม่มีอาการใดๆ ทั้งนี้ บางราย อาจไม่มีอาการอะไรนับจากที่รับเชื้อมาเลยก็ได้ค่ะ