
Oct 12, 2017 at 01:10 AM

Oct 12, 2017 at 01:10 AM

Oct 12, 2017 at 06:35 AM
สวัสดีค่ะ คุณ แตง โม,
ตกขาวที่ปกติจะสีมีขาวหรือใส และไม่มีกลิ่นเหม็น ส่วนตกขาวที่ผิดปกติจะมีสีที่แปลกไป เช่น สีเทา สีเขียว สีเหลือง สีชมพู หรือมีเลือดปน หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีปริมาณที่มากผิดปกติ หรือมีอาการแสบคันในช่องคลอด หรือมีอาการท้องน้อยร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุของตกขาวที่ผิดปกติ ได้แก่
1. การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ตกขาวมักมีปริมาณที่มากขึ้น มักมีสีขาวขุ่น หรือเทาขุ่น มีกลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา อาจมีอาการแสบ ระคายเคือง ในช่องคลอดร่วมด้วยได้ อาการของคุณแตงโม อาจเกิดจากสาเหตุนี้ได้ค่ะ โดยสาเหตุมักพบจากการมีเพศสัมพันธ์มากกว่า 1 คน หรือมีการเปลี่ยนคู่นอน แต่ไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ค่ะ เพราะฝ่ายชายจะไม่ได้ติดเชื้อชนิดนี้ไปด้วย หรือหากไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดจาการสวนล้างช่องคลอดบ่อยไป หรือใช้สบู่หรือน้ำยาที่มีความรุนแรง หรือเกิดจากการทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อบ่อยๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสกปรกหรือการกระทำที่รุนแรงค่ะ ซึ่งหากอาการตกขาวเกิดจากสาเหตุนี้ การรักษาคือการทานยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ เช่น เมโทรนิดาโซล (metronidazole) คลินดามัยซิน (clindamycin) เป็นต้น
2. การติดเชื้อราในช่องคลอด ตกขาวมักเป็นสีขาวขุ่น จับตัวเป็นก้อนลักษณะคล้ายแป้งเปียกหรือนมบูด และมีอาการแสบหรือคันช่องคลอด รวมถึงอวัยวะเพศด้านนอกด้วย
3. การติดเชื้อปรสิต ตกขาวมีกลิ่นเหม็นคาวมาก มักมีสีเขียว หรือมีฟองปน และมีอาการแสบหรือคันในช่องคลอดมาก
4. ติดเชื้อหนองในแท้หรือหนองในเทียม ซึ่งถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตกขาวมักมีสีเหลืองหรือเขียว มีอาการเจ็บปวดและคันรอบช่องคลอด เจ็บปวดขณะปัสสาวะและขณะมีเพศสัมพันธ์
5. ติดเชื้อไวรัสโรคเริม ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นกัน นอกจากจะมีตกขาวที่มากขึ้นแล้ว จะมีตุ่มแดงหรือแผลที่อวัยวะเพศร่วมด้วย
เนื่องจากสาเหตุของตกขาวเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อหลายชนิดดังกล่าว เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ควรไปพบแพทย์ดีกว่าค่ะ