
Jan 27, 2018 at 01:31 AM

Jan 27, 2018 at 01:31 AM

Jan 31, 2018 at 10:47 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Aiwnoi Kanyapat
การฝังยาคุมกำเนิด (Implantation) ยาฝังคุมกำเนิด มีหลายแบบค่ะ ขึ้นอยู่กับว่า ต้องการประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดแบบ 3 หรือ 5 ปี ขึ้นอยู่กับปริมาณยาฮอร์โมนที่ชื่อว่า โปรเจสเตอโรนที่บรรจุอยู่ภายในหลอดยาค่ะ ดังนั้น เมื่อมีฮอร์โมนอยู่ในร่างกาย จะทำให้มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด คือ การยับยั้งการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวลง ร่วมกับทำให้มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียวมากขึ้นค่ะ
ดังน้ัน เมื่อครบกำหนดเมื่อไหร่ ที่ต้องมีการเปลี่ยนเอาอันเดิมออก แสดงว่าปริมาณยาที่ฝังอยู่ในหลอดยาฝังนั้น จะไม่เหลือแล้ว หรือถ้ามีอาจมีปริมาณที่น้อยมากไม่เพียงพอต่อการคุมกำเนิด ดังนั้น จะเกิดการกลับมาตกไข่ได้ค่ะ เเสดงว่าสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้อีกครั้งค่ะ ยิ่งถ้ามีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง เช่น หลั่งใน อาจเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากเมื่อยาหมดลง ส่วนมากไข่จะกลับมาตกภายใน 1-3 เดือนค่ะ ไม่สามารถเริ่มระบุวันที่ชัดเจนได้ ในช่วงที่หลังจากหมดฤทธิ์ยา รอการกลับมาตกไข่ ก็สามารถมีเลือดออกกระปรอยกระปรอยได้บ้างค่ะ
ซึ่งการมีเลือดออกผิดปกติติดต่อกัน สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การตกไข่ยังไม่กลับมาเป็นปกติ จึงทำให้มีเลือดออกมาติดต่อกัน หรือมีก้อนหรือติ่งเนื้อที่ปากมดลูก มีก้อนหรือติ่งเนื้อที่เยื่อบุโพรงมดลูก หรือมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
ดังนั้น ต้องระวังการตั้งครรภ์ด้วย คือ อาจต้องตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์ร่วมด้วย สามารถลองนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ไป 3-4 สัปดาห์ค่ะ เนื่องจากถ้าตั้งครรภ์จริงเเล้วมีเลือดออกเช่นนี้ เเนะนำให้ไปพบเเพทย์ค่ะ เนื่องจากอาจเป็นภาวะเเทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ได้ เช่น แท้ง หรือท้องนอกมดลูก แต่ถ้าไม่ตั้งครรภ์เเนะนำให้ไปตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุที่อธิบายไปค่ะ ส่วนอาการเจ็บคัดเต้านม อาจเป็นได้ทั้งอาการเริ่มเเรกของการตั้งครรภ์หรืออาการก่อนที่จะมีประจำเดือนตามปกติกลับมาก็ได้เช่นกันค่ะ