
Aug 14, 2021 at 12:25 PM

Aug 14, 2021 at 12:25 PM

Aug 14, 2021 at 01:46 PM
สวัสดีค่ะ คุณ burrito.b,
หากไม่ได้ทานยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ แต่ทานเพื่อรักษาสิว และสิวได้ลดลงไปแล้ว ก็ควรที่จะหยุดทานยาคุมกำเนิดค่ะ เพราะการทานยาคุมโดยไม่จำเป็น ก็จะทำให้ได้รับผลข้างเคียงจากยาไปโดยไม่จำเป็นค่ะ โดยเฉพาะ ในผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีบุตร การทานยาคุมต่อเนื่องนานๆ มีบางรายงายว่าอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้ค่ะ
สำหรับการรักษาสิว ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการทานยาคุมกำเนิดค่ะ โดยการรักษาสิวนั้น จะขึ้นอยู่กับชนิด (สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวหัวหนอง) และความรุนแรงที่เป็น หากสิวเป็นไม่มาก ไม่รุนแรง การรักษาก็จะเริ่มต้นด้วยการใช้ยาแบบทา หากเป็นมากขึ้น ก็จะมียาแบบรับประทาน และหากเป็นรุนแรง อาจต้องมีวิธีอื่นๆ ร่วม เช่น การฉีดสิว การผลัดเซลล์ผิว เลเซอร์ เป็นต้น ส่วนการใช้ยาคุมกำเนิด จะใช้ในกรณีที่สิวเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนค่ะ
สำหรับการดูแลในด้านอื่นๆ เพื่อลดการเกิดสิว ได้แก่
- ห้ามแกะหรือกดสิวด้วยตนเอง เพราะการกดที่ไม่ถูกวิธีและการแกะสิวมักก่อให้เกิดแผล เป็นโดยเฉพาะหลุมสิว
- หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่กระตุ้นการเกิดสิวได้ เช่น เค้ก คุกกี้ ขนมหวาน รวมถึงนมวัว อาหารทะเล และอาหารไขมันทรานส์สูง เช่น เนยเทียม ครีมเทียม อาหารทอด และอาหารสำเร็จรูปบางชนิด
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ฮอร์โมนทำงานอย่างสมดุล
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าที่ระบุว่าไม่เป็นตัวก่อสิว (non-comedogenic) และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมัน (oil-free)
- ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ไม่ล้างบ่อยจนเกินไป เพราะสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรกแต่หากมีหน้ามันมากอาจล้างเพิ่มระหว่างวันด้วยน้ำเปล่า ส่วนสิวบริเวณลำตัว เวลาอาบน้ำ ไม่ควรใช้หินหรือใยขัดตัว ใช้สบู่ถูตัวที่มีความอ่อนโยน ไม่ฟอกถูรุนแรง