ถามแพทย์

  • มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ใส่ถุงยาง หลั่งใน ต่อมามีตกขาวสีเหลือง ไม่มีกลิ่น คันช่องคลอด เกิดจากอะไร

  • สวัสดีค่ะตามหาอาการที่ตัวเองเป็นอยู่มาสักระยะแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร เพราะว่า ตั้งครรภ์ก็ไม่น่าจะใช่ โรคหนองในเทียมก็ไม่ใช่ คือไปมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันค่ะ(เขาไม่สวมถุงยางหลั่งใน)แต่ก็กินยาคุมป้องกันอยู่แล้ว ทีนี้ต่อมา มีอาการ -มีตกขาวมากผิดปกติสีเหลือง(ไม่มีกลิ่น,ไม่เหม็น) -ปวดอุ้งเชิงกราน(กดแล้วปวด) -ฉี่ไม่เจ็บหรือไม่แสบ -คันช่องคลอดนานๆที -เวียนหัวเหมือนจะหน้ามืด(อันนี้เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอด้วยหรือเปล่า) -เครียด แต่อาการก็มีเท่านี้นะคะ สังเกตมาสักระยะแล้วค่ะ ตอบหน่อยนะคะ คือกังวลมากๆค่ะ
    โอโตะ ซังงง'งง  พญ.นรมน
    แพทย์

     สวัสดีค่ะคุณ โอโตะ ซังงง'งง

    อาการตกขาวสีเหลือง ปวดอุ้งเชิงกรานอาจเกิดจาก

    -อวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานอักเสบ อาจมีไข้ ปวดท้องน้อย ตกขาวผิดปกติ จากอาการดังกล่าวมา มีความเป็นไปได้มากที่สุด มักเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นหนองใน

    -ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียหรือโพรโทซัว อาจมาด้วยตกขาวสีเขียวหรือเหลือง คัน และมีกลิ่นเหม็นได้

    -ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา จะมาด้วยตกขาวเป็นก้อนสีขาวขุ่น และคัน อาจมีกลิ่นเหม็นผิดไปจากปกติ

    -การแพ้สารเคมีเช่น สารจากผ้าอนามัย ถุงยางอนามัย หรือการสวนล้างช่องคลอด

    ควรไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม แพทย์อาจจะเก็บตกขาวไปตรวจดูว่าเป็นการติดเชื้อชนิดใดและตรวจภายในร่วมด้วย จะได้ให้ยาได้ถูกค่ะ สังเกตอาการถ้าคันช่องคลอดมาก ตกขาวมีเลือดปน บวมและปวดช่องคลอดหรือปากช่องคลอดมาก มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด ปัสสาวะแสบขัดหรือปนเลือดควรรีบไปพบแพทย์

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่สวนล้างช่องคลอด ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อนๆทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศภายนอกเท่านั้น งดการมีเพศสัมพันธ์