สวัสดีค่ะ คุณ Potterr,
การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงแรกที่ใส่ถุงยางอนามัยนั้น หากมีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2%-18% ส่วนหลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง หากได้มีเพศสัมพันธ์ต่อ โดยใช้วิธีการหลั่งนอก ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4%-22% อย่างไรก็ตาม หากได้ทานยาคุมฉุกเฉินไป ยาคุมฉุกเฉินก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งค่ะ
ส่วนการที่จะทราบว่าจะมีการตั้งครรภ์หรือไม่นั้น หากให้แน่นอน ก็ควรตรวจหาการตั้งครรภ์ดูหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้วอย่างน้อย 2 สัปดาห์ค่ะ
หลังจากนี้ หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ก็ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ไม่ควรทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ เพราะจะมีผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ และประจำเดือนมาผิดปกติได้ อีกทั้งประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ถือว่าดีมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ ค่ะ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 58%-95% ค่ะ