
Apr 07, 2022 at 09:12 AM

Apr 07, 2022 at 09:12 AM

Apr 07, 2022 at 09:33 AM
สวัสดีค่ะ คุณ timekdm123,
การมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 5 เม.ย. หากถุงยางอนามัยแตก แต่ยังไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็ไม่มี ส่วนหลังจากนั้น หากได้ใส่ถุงยางอนามัยอันใหม่ แล้วมีเพศสัมพันธ์ต่อจนเสร็จ โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็ถือว่ามีน้อย เพราะถุงยางก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากอยู่ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องทานยาคุมฉุกเฉินไป
ส่วนการมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 7 เม.ย. หากถุงยางอนามัยแตก แต่ก็ยังไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิเกิดขึ้น โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็ไม่มี ดังนั้น ก็ไม่จำเป้นต้องทานยาคุมฉุกเฉินไป
แต่หากได้ทานยาคุมฉุกเฉินไปแล้ว โดยทานทั้งในวันที่ 6 และ 7 เม.ย. ยาคุมฉุกเฉินย่อมมีผลต่อการทำงานของรังไข่ และทำให้ประจำเดือนจากนี้มาผิดปกติได้ค่ะ
ดังนั้น หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ก็ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ไม่ควรทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น เพราะย่อมมีผลต่อการทำงานของรังไข่และการมาของประจำเดือนดังกล่าวไป อีกทั้งประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ถือว่าดีมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้เพียงประมาณ 58%-95% ค่ะ