ถามแพทย์

  • ป้องกันทุกครั้ง มีโอกาสท้องมั้ย

  •  cookie
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะคุณหมอ ดิฉันมีประจำเดือนที่มาไม่ค่อยปกติ เฉลี่ยแล้วในแต่ละรอบห่างกัน 33-35 วัน บางรอบ 50 วันเลยก็มี เดือนที่แล้วมีประจำเดือนวันแรกวันที่ 14 กันยายน หลังจากประจำเดือนหมดได้มีเพศสัมพันธ์แบบใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง จนถึงช่วงสัปดาห์นี้มีอาการเจ็บเต้านม ท้องอืด เวียนศีรษะ บางวันรู้สึกปวดตึงๆที่อวัยวะเพศ แต่ประจำเดือนก็ยังไม่มา มีโอกาสตั้งครรภ์มั้ยคะ หรือเป็นเพราะเครียดประจำเดือนเลยเลื่อนออกไป แล้วที่รอบเดือนมาไม่ค่อยปกติ เกิดจากอะไรคะ ควรไปพบแพทย์หรือกินยาอะไรมั้ยคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Cookie

    การที่มีเพศสัมพันธ์ เเล้วเลือกวิธีคุมกำเนิด โดยการ ใช้ถุงยางอนามัย ถือว่ายังเป็นวิธีในการคุมกำเนิดที่ประสิทธิภาพไม่ได้ดีมาก และยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้ค่ะ

    เนื่องจาก ถุงยางอนามัยมีโอกาสที่จะแตก รั่ว หรือ หลุดได้ในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ค่ะ รวมไปถึงอาจมีสารคัดหลั่งบางส่วนปนเปื้อนในช่องคลอดได้ ซึ่งการที่เป็นสารคัดหลั่งจากฝ่ายชาย ที่ถึงแม้ไม่ช่น้ำอสุจิโดยตรง แต่ก็มีการปนเปื้อนของอสุจิได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้ใช้ ยาคุมกำเนิด หรือ ยาฉีด ยาฝัง ห่วงอนามัย ร่วมกันค่ะ แต่ถุงยางอนามัยมีประโยชน์ในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ค่ะ

    ดังนั้น ถ้ารอบเดือนไม่มา ต้องดูค่ะ ว่า ถ้าก่อนหน้านี้รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอมาก่อนอยู่เเล้ว การนับวันตกไข่ อาจทำได้ยากกว่าคนที่รอบเดือนมาคงที่ค่ะ ดังนั้นจึงต้องหมั่นสังเกตรอบเดือนถ้าไม่มา หรือมีอาการที่สงสัยการตั้งครรภ์ เช่น ปวดหลัง ปวดเอว คัดตึงเต้านม คลื่นไส้ อาจต้องลองตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์ร่วมด้วยค่ะ เพราะการที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอแบบนี้ แสดงว่าไข่สามารถตกได้ตลอดเวลาค่ะ ทั้งนี้ถ้าไม่มีการตั้งครรภ์อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ เนื่องจากการที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอแบบนี้ น่าจะเกิดจากการที่ไม่มีการตกไข่เรื้อรัง หรือตกไข่ไม่ตรงตามรอบ ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ เนื่องจากรอบเดือนที่ห่างเกิน 38 วัน ถือว่าต้องหาสาเหตุค่ะ

    แนะนำให้ไปพบ สูตินรีเเพทย์ เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุที่อาจจะเกิดได้ เช่น ถุงน้ำรังไข่หลายใบ ก้อนที่รังไข่ ก้อนที่มดลูก ภาวะเครียด กังวล ไม่สบาย น้ำหนักตัวมาก ไทรอยด์ผิดปกติ ได้ค่ะ เพื่อวางแผนเรื่องการใช้ยาในการปรับฮอร์โมนค่ะ