สวัสดีค่ะ คุณ fskgY,
อาการปวดบริเวณเอวด้านหลัง อาจเกิดได้จาก
1. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เช่น จากการยกของหนัก ทำงานก้มๆ เงยๆ ตลอดเวลา ใส่รองเท้าส้นสูงมากไป การนั่ง การยืนที่ผิดท่า หรือในขณะที่หกล้ม เกิดการบิดเอี้ยวตัวทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาดได้ แต่อาการปวด มักจะเป็นการปวดแบบระบม ปวดแบบตุบ ๆ มีจุดที่กดเจ็บ บริเวณที่ปวดอาจบวมได้ ซึ่งหากกล้ามเนื้อมีการฉีกขาดมาก อาการก็ปวดมักรุนแรงและใช้เวลานานเป็นสัปดาห์หรือเดือนกว่าจะหายได้
2. หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท อาการปวดจะอยู่บริเวณหลังส่วนล่างหรือบริเวณสะโพก และมักร้าวไปที่ขาหรือน่อง จะปวดแบบเสียวๆ และอาจมีอาการชาร่วมด้วย ไม่มีจุดกดเจ็บที่ชัดเจน อาการปวดจะมากขึ้นเมื่อนั่งงอตัวไปข้างหน้า ไอ จาม หรือเบ่ง
3.อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคงูสวัด หากเคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน ก็มีโอกาสเป็นได้ โดยจะมีอาการปวดเสียว ปวดแบบแสบร้อน หรือคันบริเวณผิวหนังตรงที่ผื่นกำลังจะขึ้น บางรายอาจมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตัวได้ ต่อมาจะมีผื่นขึ้น ผิวหนังบริเวณที่มีผื่นจะบวมแดง ผื่นจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส เรียงตามแนวผิวหนังที่เลี้ยงโดยเส้นประสาท มีอาการคันและเจ็บปวด แบบปวดแสบปวดร้อน หลังจากนั้นประมาณ 4 วัน ตุ่มน้ำจะเริ่มขุ่น แล้วจะค่อย ๆ แห้งตกสะเก็ดไปใน 7-10 วัน
หากได้ทายา และทานยาแก้ปวด อาการยังไม่ทุเลา แนะนำให้ไปพบแพทย์ค่ะ หากเป็นการปวดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ แพทย์จะจ่ายยาที่มีฤทธิ์แก้ปวดและลดอักเสบได้ดี เช่น ไดโคลฟีแนค (diclofenac), ไพรอกซิแคม (piroxicam) เป็นต้น หรืออาจพิจารณาฉีดยาในกรณีที่ปวดมาก