ถามแพทย์

  • ปวดท้อง + ตาเจ็บ

  •  Ing Chutikarn
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ มีเรื่องอยากถามคุณหมอ2เรื่องค่ะ 1.หนูชอบปวดท้องข้างซ้ายมา2วันละค่ะ ปวดแปปๆก็หายไปค่ะ เคยมีเป็นโรคกระเพาะอาหารค่ะ ละถ้าปวดแบบนี้เกือบทุกๆวันมีสิทธิ์เป็นอื่นอื่นอีกมั้ยคะ ปล.ทานข้าวครบทุกมื้อค่ะ 2.ประมาณ4วันก่อน อยู่ๆก็คันตาข้างซ้ายแบบไม่ทราบสาเหตุค่ะ ไม่มีอะไรเข้าตา ระคายเคืองมากแต่ก็ไม่ได้ขยี้ตาค่ะพอหลังจากนั้นประมาณ2วันก็มีอาการปวดๆที่ตาค่ะ ดูจากภายนอกไม่มีอาการบวมหรืออย่างอื่นเลยค่ะแต่พอกดละเจ็บตรงบริเวณหัวตาค่ะ หนูเป็าอะไรเหรอคะ แล้วจำเป็นต้องซื้อยามาหยอดมั้ยคะ ขอบคุณมากๆค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Ing Chutikarn,

                    หากอาการปวดท้องข้างซ้ายเป็นบริเวณส่วนบนของท้อง อาจเกิดได้จาก

                     1.โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะรู้สึกปวดบริเวณท้องส่วนบน อาจเป็นบริเวณลิ้นปี่ลงไปถึงเหนือสะดือหรือปวดค่อนไปทางด้านซ้าย อาจปวดแบบจุกแน่น หรือแสบร้อน อาการปวดอาจเป็นเวลาหิวก่อนทานอาหาร หรือหลังทานอาหารไปแล้วก็ได้ นอกจากนี้อาจมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อิ่มเร็ว เรอบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น

                     2. กรดไหลย้อน อาการจะคล้ายๆ กับกระเพาะอาหารอักเสบ และจะมีปวดแสบร้อนหรือจุกแน่นหน้าอกร่วมด้วย อาจมีมีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมในคอ หรือเจ็บคอ ระคายเคืองคอตลอดเวลา  เป็นต้น

                     หากอาการปวดท้อซ้ายเป็นบริเวณส่วนล่างของท้อง อาจเกิดได้จาก

                    1. ลำไส้ส่วนที่อยู่ช่องท้องด้านซ้ายล่างอักเสบ นอกจากปวดท้องแล้ว มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่านอุจจาระเหลวร่วมด้วย

                    2. ปีกมดลูกด้านซ้ายอักเสบ ท้องนอกมดลูกด้านซ้าย มีซีสต์ในรังไข่หรือปีกมดลูกด้านซ้าย เป็นเนื้องอกของรังไข่หรือปีกมดลูกด้านซ้าย 

                    3.  ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ แต่อาการปวดท้องจะเป็นแบบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1-2 วัน ร่วมกับมีไข้สูง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียหรือท้องอืด

                     แนะนำให้ลองสังเกตว่าอาการปวดท้องด้านซ้ายเป็นบริเวณส่วนบนหรือส่วนล่างของช่องท้อง และมีอาการอื่นๆ อะไรร่วมบ้าง

                    หากไม่แน่ใจว่าอาการน่าจะเกิดจากโรคใด และมีอาการปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจค่ะ

                     สำหรับอาการคันตา ระคายเคืองตา และปวดตาดังกล่าว อาจเกิดจาก

                     1.เยื่อบุตาอักเสบ (conjunctivitis) ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้  โดยจะมีอาการตาแดงที่ตาขาวหรือเปลือกตาด้านใน มีคันตา แสบตา ปวดตา ตาแฉะ หรือน้ำตาไหล มีขี้ตามากร่วมด้วย 

                      2. ต้อเนื้อ จะเห็นเป็นแผ่นเนื้อเยื่อรูปสามเหลี่ยมยื่นออกจากตาขาวเข้าไปที่ตาดำ ซึ่งอาจเป็นสีเหลืองและมีสีแดงบ้างเล็กน้อย และอาจเห็นเส้นเลือดอยู่รอบๆ ต้อเนื้อ ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการใด ๆ หากมีอาการก็มักไม่รุนแรง เช่น ระคายเคืองตา แสบตา คันที่ดวงตา เป็นต้น

                       3.ตากุ้งยิง (sty, hordeolum) เป็นการอักเสบบริเวณขอบเปลือกตา ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เห็นเป็นตุ่มนูนบวมเล็ก ๆ คล้ายสิว หรือเป็นหัวหนอง อาจเกิดขึ้นที่เปลือกตาด้านนอกหรือด้านใน  อาการนอกจากเห็นตุ่มนูนแล้ว จะมีอาการปวดและเจ็บ เปลือกตาบวม แดง เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล มีขี้ตามาก

                      แนะนำให้ลองเปิดเปลือกตาด้านล่างดูว่า เยื่อบุตามีอาการบวมแดงหรือไม่ หรือมีตุ่มนูนเล็กๆในเปลือกตาหรือไม่ หากเยื่อบุตาดูแดงกว่าเมื่อเทียบกับตาขวา หรือมีตุ่มนูนขึ้นมา หรือยังคงมีอาการระตายเคืองตาและเจ็บตา ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ ในเบื้องต้นให้พยายามหลีกเลี่ยงการเกา การขยี้ตา งดใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงการใช้สายตามากไป อาจใช้วิธีประคบอุ่นบริเวณดวงตา นานประมาณ 10-15 นาที วันละ 3 -4 ครั้ง และนวดเบาๆ หากมีขี้ตา ควรเช็ดทำความสะอาดขอบตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด เป็นต้น