ตากุ้งยิง

ความหมาย ตากุ้งยิง

ตากุ้งยิง (Stye) คือ การอักเสบบริเวณขอบเปลือกตา เป็นตุ่มนูนบวมเล็ก ๆ คล้ายสิว ทำให้เกิดความเจ็บปวด เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และสามารถเป็นได้มากกว่าหนึ่งจุด ทั้งในตาข้างเดียว หรือทั้ง 2 ข้าง อาการตากุ้งยิงสามารถทุเลาลงได้และหายดีภายในเวลาไม่กี่วัน แม้ไม่ได้รับการรักษา แต่หากอาการยังไม่บรรเทาลงหลังผ่านไป 2 วัน หรือเปลือกตาบวมมากและสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

ตากุ้งยิง

อาการของตากุ้งยิง

เมื่อเป็นตากุ้งยิง อาการทั่วไปที่พบ ได้แก่

  • มีตุ่มหนองคล้ายสิว หรือ ตุ่มนูนบวม เกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาด้านนอก หรือเปลือกตาด้านใน
  • เปลือกตาบวม สร้างความเจ็บปวด
  • เปลือกตา หรือดวงตามีสีแดง
  • อาจมีน้ำตาไหลร่วมด้วย

โดยตากุ้งยิง แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  • ตากุ้งยิงภายนอก มีตุ่มบวมเกิดขึ้นที่ขอบเปลือกตาด้านนอก อาจพัฒนาจนอักเสบและมีหัวหนอง ซึ่งจะสร้างความเจ็บปวดเมื่อสัมผัสโดน
  • ตากุ้งยิงภายใน มีตุ่มบวมเกิดขึ้นด้านในของเปลือกตา สร้างความเจ็บปวดน้อยกว่าตากุ้งยิงภายนอก

สาเหตุของตากุ้งยิง

ตากุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในต่อมไขมันที่อยู่ใต้เปลือกตา แบคทีเรียที่พบส่วนใหญ่ คือ สแตฟฟิโลค็อกคัส ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ไม่ร้ายแรงหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นที่เป็นอันตราย

  • ตากุ้งยิงภายนอก อาจเกิดขึ้นที่รูขุมขนดวงตา เป็นรูเล็ก ๆ ที่ขนตางอกขึ้นมา ที่ต่อมไขมันที่อยู่ในรูขุมขนดวงตา ซึ่งมีหน้าที่ผลิตซีบัม ซึ่งเป็นสารที่ช่วยหล่อลื่นไม่ให้ลูกตาแห้ง หรือที่ต่อมเหงื่อบริเวณรูขุมขนดวงตาที่ขับสารน้ำช่วยหล่อลื่นไม่ให้ตาแห้ง
  • ตากุ้งยิงภายใน เกิดขึ้นเมื่อต่อมไมโบเมียนที่อยู่บริเวณเปลือกตาซึ่งทำหน้าที่ผลิตไขมันเหลวส่วนหนึ่งของน้ำตามีการติดเชื้อ แต่หากต่อมนี้เกิดการอุดตัน จะเกิดเป็นซีสต์หรือถุงน้ำติดเชื้อได้

นอกจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ตากุ้งยิงอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนของภาวะเปลือกตาอักเสบได้ด้วย

การวินิจฉัยตากุ้งยิง

สังเกตด้วยตนเองว่ามีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ เช่น มีตุ่มบวมหรือตุ่มหนองที่เปลือกตา เปลือกตาบวมแดง รู้สึกระคายเคืองตาโดยเฉพาะเวลากะพริบตา และเจ็บปวดบริเวณที่มีตุ่มขึ้น

โดยทั่วไป อาการตากุ้งยิงสามารถทุเลาลงได้และหายเองภายในเวลาไม่กี่วัน แม้ไม่ได้รับการรักษา แต่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาทันที หากพบอาการดังต่อไปนี้

  • อาการต่าง ๆ ยังไม่บรรเทาลงหลังผ่านไป 2 วัน
  • เปลือกตาบวมมากและสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
  • ทำการรักษาด้วยตนเองแล้ว เช่น ประคบอุ่น แต่อาการยังไม่ดีขึ้น
  • อาการบวมแดงที่เปลือกตาลามไปที่แก้มและส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า
  • มีผลข้างเคียงอย่างอื่น เช่น ตากุ้งยิงหรือหนองที่ไหลออกมาส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยการมองเห็น

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะตรวจดูรอบดวงตาและเปลือกตา แล้วทำการรักษา หากอาการซับซ้อนแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับการรักษาจากจักษุแพทย์ เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมกับอาการต่อไป

การรักษาตากุ้งยิง

รักษาด้วยตนเอง

ในส่วนของตุ่มนูนที่เกิดขึ้น ให้หลับตาแล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณดวงตาประมาณ 5-10 นาที และนวดเบา ๆ บริเวณนั้น ทำเช่นนี้ซ้ำ ๆ ประมาณ 3-4 ครั้งต่อวัน จนกว่าอาการตากุ้งยิงจะดีขึ้นและหายไป อุณภูมิของน้ำอุ่นจะช่วยขับให้หนองอักเสบในตากุ้งยิงไหลออกมา ทำให้อาการป่วยหายได้เร็วขึ้น ทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้ตากุ้งยิงก่อตัวขึ้นได้แต่แรกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่ควรบีบให้หนองบริเวณตากุ้งยิงไหลออกมาด้วยตนเอง

ส่วนความเจ็บปวดจากบริเวณที่เกิดการอักเสบติดเชื้อ สามารถรับประทานยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอลหรือไอบูโพรเฟนเพื่อบรรเทาอาการปวดได้

รักษาโดยแพทย์

แม้ตากุ้งยิงจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่แพทย์จะไม่จ่ายยาปฏิชีวนะให้หากไม่มีความจำเป็น เพราะโดยปกติตากุ้งยิงจะเกิดขึ้นและหายไปเองในเวลาไม่นาน นอกจากจะพบอาการป่วยอื่นที่เป็นสาเหตุของตากุ้งยิง เช่น

  • เปลือกตาอักเสบ แพทย์จะแนะนำวิธีทำความสะอาดบริเวณดวงตา อย่างการใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดรอบดวงตา
  • เยื่อบุตาอักเสบ แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะแบบขี้ผึ้งให้ใส่ไปยังจุดที่เป็นตากุ้งยิง หรือให้ยารับประทานในระยะสั้น ๆ
  • คาลาเซียน (Chalazion) คือ ตุ่มนูนที่เปลือกตา แพทย์อาจทำการผ่าตัดเอาตุ่มออกไป

นอกจากนี้ ในบางราย แพทย์อาจมีดุลยพินิจให้ทำการผ่าตัดเล็ก โดยจะใช้ยาชาทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาบริเวณเปลือกตา ก่อนจะผ่าตัดนำหนองหรือสิ่งที่อุดตันอยู่ออกไป

ภาวะแทรกซ้อนของตากุ้งยิง

เมื่อเกิดตากุ้งยิง อาจทำให้มีโอกาสเกิดอาการอื่นตามมาได้ แต่มักเป็นอาการป่วยที่ไม่รุนแรง เช่น ซีสต์ไมโบเมียนที่เกิดจากการเป็นคาลาเซียน (Chalazion) จะมีตุ่มนูนเป็นก้อนแข็งและไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่หากมีการติดเชื้อในภายหลัง แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะหรือทำการผ่าตัดเล็กเพื่อรักษาต่อไป

อีกหนึ่งอาการที่อาจเกิดขึ้น คือการอักเสบที่เนื้อเยื่อเปลือกตา (Preseptal Cellulitis) เกิดจากการติดเชื้อแพร่กระจายไปสู่เนื้อเยื่อรอบดวงตา ซึ่งจะทำให้เปลือกตามีอาการบวมแดง โดยอาการนี้สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะเช่นกัน

การป้องกันการเกิดตากุ้งยิง

  • ไม่ใช้มือจับ ถู และขยี้บริเวณดวงตา
  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ด้วยน้ำอุ่น สบู่ หรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
  • ไม่ใช้เครื่องสำอางที่หมดอายุ ไม่ใช้เครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น และไม่แต่งหน้าแล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ล้างออก
  • หากสวมใส่คอนแทคเลนส์ ต้องรักษาความสะอาดคอนแทคเลนส์อยู่เสมอ และล้างมือก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์
  • หากเพิ่งหายจากอาการตากุ้งยิงไม่นาน ควรใช้การประคบร้อนบริเวณเปลือกตาบ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นตากุ้งยิงซ้ำอีก
  • หากมีอาการเจ็บป่วยอยู่ก่อนหน้า อย่างเปลือกตาอักเสบ ต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด