
May 26, 2017 at 11:00 PM

May 26, 2017 at 11:00 PM

May 27, 2017 at 08:35 AM
สวัสดีค่ะ คุณ As-NiNi,
หากมีรอบประจำเดือนที่ห่างกันมากกว่า 35 วัน (oligomenorrhea) หรือประจำเดือนหายไปมากกว่า 3 รอบเดือน หรือหายไปนานกว่า 6 เดือน โดยที่เคยมีประจำเดือนมาก่อน (secondary amenorrhea) เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ ได้แก่
- การตั้งครรภ์ การหลั่งภายนอก เป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำค่ะ ดังนั้นมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ค่ะ
- ภาวะที่รังไข่ 2 ข้างมีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เรียกว่า polycystic ovarian syndrome ผู้ป่วยโรคนี้มักมีรูปร่างอ้วน อาจมีขนดก หรือมีขนหนวดหนาแน่นกว่าผู้หญิงทั่วไป
- การทำงานผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ทั้งชนิดฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติและชนิดไทรอยด์เป็นพิษ จะมีผลกระทบต่อการหลั่งฮอรโมนเพศของต่อมใต้สมอง ทำให้ประจำเดือนผิดปกติได้
- โรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันปริมาณมาก เซลล์ไขมันสามารถสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้เล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน ทำให้กระทบต่อการหลั่งฮอรโมนเพศที่ปกติได้
- ภาวะเครียด ทำให้มีผลกระทบต่อการหลั่งฮอรโมนเพศของต่อมใต้สมองได้เช่นกัน
- การตีบตันของปากมดลูก หรือโพรงมดลูก เนื่องจากพังผืดที่เกิดตามหลังการอักเสบในโพรงมดลูก
- การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือฉีดยาคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลานาน
- อาจพบในคนที่ออกกำลังหายอย่างหักโหม ซึ่งจะไปมีผลกระทบต่อฮอร์โมนของต่อมใต้สมอง
ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น การให้นมบุตร หรือมีเนื้องอกของต่อมใต้สมองแล้วทำให้มีน้ำนมไหล การได้รับรังสีรักษาหรือเคมีบำบัดเพื่อรักษามะเร็ง เป็นต้น
หากประจำเดือนยังไม่มา แนะนำให้ตรวจหาการตั้งครรภ์ก่อนค่ะ โดยสามารถหาซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์จากปัสสาวะได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ หากไม่ได้ตั้งครรภ์ แต่ประจำเดือนยังคงไม่มา แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุนะคะ เนื่องจากอาจเกี่ยวข้องกับบางโรคซึ่งจำเป็นต้องรักษาตามที่กล่าวไปค่ะ