ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

เลเซอร์ปากชมพูกับสักปาก อันไหนอันตรายกว่า ไปสักมาแล้วปากคล้ำกว่าเดิม ควรไปเลเซอร์ไหม

Titapa Kidkeadpiboonสมาชิก

Oct 13, 2017 at 10:42 AM

เลเซอรปากชมพูกับสักปาก อันไหนอันตรายกว่ากันคะ มีเพื่อนไปสักมาแล้วปากคล้ำกว่าเดิมเยอะมาก มีวิธีแก้ไขอย่างไรคะ ควรแนะนำให้เพื่อนไปเลเซอรเพื่อแก้ไขดีไหมคะ?
แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส แพทย์

Oct 13, 2017 at 01:27 PM

สวัสดีค่ะ คุณ Titapa Kidkeadpiboon,

              การสักริมฝีปาก จะทำโดยการสักสีลงไปบริเวณริมฝีปากด้วยเข็มสำหรับสัก ให้กลายเป็นสีตามที่ต้องการ โดยสีที่สัก จะติดริมฝีปากนานประมาณ 2 – 3 ปี

            ดังนั้นอันตรายอาจเกิดจากสีที่ใช้สัก หรือการใช้เข็ม

            สำหรับอันตรายที่อาจเกิดจากสี ได้แก่

           - การแพ้สารเคมีที่ผสมอยู่ในสี ซึ่งอาจทำให้ปากบวม แดง ลอก หรือเป็นผื่นได้

           - การระคายเคือง ซึ่งอาจทำให้ปากแห้งลอก เป็นขุยและดำ

           - การปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น สารหนู ปรอท ตะกั่ว ในสี หากสะสมเป็นปริมาณมากและนาน อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งผิวหนัง

           - การปนเปื้อนของเชื้อโรคในสี ซึ่งอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบติดเชื้อได้

            อันตรายจากการใช้ เข็ม คือหากใช้เข็มที่ไม่สะอาดหรือเข็มที่ผ่านการทำให้ปลอดเชื้อที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ ก็อาจมีโอกาสติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อ HIV ได้ เป็นต้น

           ดังนั้นอาการปากคล้ำของเพื่อน อาจเกิดจากการแพ้หรือระคายเคืองจากสี หรือในระหว่างที่รอให้แผลหายจากการสัก ได้ไปแกะลอกเอาสะเก็ดแผลออก หรือแผลเกิดการอักเสบติดเชื้อ หรือไปโดนแดดจัดมาในระหว่างที่แผลยังไม่หาย หรืออาจเป็นผลภายหลังที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสักก็ได้ เช่น ปากแห้ง การระคายเคืองต่อลิปสติกที่ใช้ ตากแดดมากไป เป็นต้น

           สำหรับการเลเซอร์เพื่อลดความดำคล้ำของริมฝีปากจากสาเหตุต่างๆ นิยมใช้เลเซอร์ Q-Switch ND YAG laser หรืออาจใช้เลเซอร์ IPL ก็ได้ หากการใช้เลเซอร์อยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โอกาสเกิดอันตรายนั้นน้อยมาก อันตรายที่อาจเป็นไปได้ เช่น ริมฝีปากไหม้ เกิดแผล เป็นต้น และเช่นเดียวกับการสัก ผลของเลเซอร์จะอยู่ได้ไม่นาน หากยังคงมีปัจจัยอื่นๆ อยู่ เช่น การโดนแดด การใช้ลิปสติกที่ไม่เหมาะสม การทานอาหารบางชนิดบ่อยๆ ก็จะทำให้ปากกลับมาดำคล้ำได้อีก 

           แนะนำว่า หากต้องการเลเซอร์ ควรไปทำยังคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเป็นผู้ทำเท่านั้นค่ะ 

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม