สวัสดีค่ะคุณหมอ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน ได้ไปหาหมอที่คลีนิคมาเนื่องจากประจำเดือนมาผิดปกติ คือตั้งแต่เดือน สิงหาถึงเดือนตุลาคมประจำเดือนมาเกือบทั้งเดือนของทุกๆเดือน และต้นๆของเดือนพฤศจิกายนก็มาอีกก่อนไปหาหมอ แล้วคุณหมอก็ได้อุลตร้าซาวด์ให้คุณหมอบอกว่าเกิดจากทานยาคุมนานเลยทำให้เป็นแบบนี้ จริงๆแล้วที่ไปหาหมอเพราะว่าสิวขึ้นที่หน้าเยอะมากตั้งแต่หยุดยาคุมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และก่อนหน้านี้เป็นคนที่ฮอร์โมนไม่ปกติอยู่แล้ว คุณหมอให้ยาปรับฮอร์โมนมาทาน 10เม็ดของ Steron โดยคุณหมอบอกว่าอีก 3 วันประจำเดือนจะมา แต่วันนี้ครบ 3 วันแล้วประจำเดือนยังไม่มาเลยค่ะ ก่อนหน้านี้เครียดมากเพราะกลัวไม่มา จนเมื่อคืนเครียดกว่าเดิมทำให้เครียดจนเวียนหัวจะอ้วกและนอนไม่ค่อยหลับ เพราะก่อนหน้านี้มีเพศสัมพันธ์แบบใส่ถุงยางทั้งสองรอบ ในรอบแรกสวมถุงแต่มาสำเร็จข้างนอกแต่น้ำอสุจิโดนที่หน้าท้องและขาเกือบๆโดนอวัยวะเพศ และได้ไปล้างออกโดยสิ่งที่กลัวคือตอนล้างคือยืนล้างแต่กลัวน้ำอสุจิจะไหลเข้าไปข้างในช่องคลอด เพราะมีเพศสัมพันธ์รอบสองต่อ พอสำเร็จเช็คถุงยางทุกครั้งว่ารั่วไหมแต่ทุกอย่างปกติ ที่เครียดก็คือกลัวน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอด มีเพศสัมพันธ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาค่ะ เลยเครียดมากๆตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ และเมื่อวานได้มีการตรวจครรภ์เพื่อความสบายใจ สิ่งที่อยากถามคุณหมอก็คือ
1 ไปหาหมอมาแล้วคุณหมอถามว่าท้องหรือป่าวเพราะประจำเดือนมาทั้งเดือนทั้ง 3 เดือน อันนี้เป็นความสงสัยว่าทำไมประจำเดือนมาทั้งเดือนขนาดนั้นถึงยังสามารถท้องได้คะ (แต่ว่าดิฉันไม่ได้ท้องนะคะ)
2 คุณหมอให้ยาปรับฮอร์โมนมา วันนี้หยุดยาครบ 3 วันแล้วทำไมประจำเดือนยังไม่มาคะเครียดมากค่ะ
3.มีเพศสัมพันธ์แบบสวมถุงแต่มาสำเร็จข้างนอกน้ำอสุจิโดนขาแถวๆเกือบอวัยวะเพศและหน้าท้องมีสิทธิ์ตอนล้างน้ำมีสิทธิ์ไหลเข้าช่องคลอดได้มั้ยคะ เพราะว่ามีต่อรอบสองด้วย แต่สวมถุงยางทั้งสองรอบค่ะ
ปล.ระหว่างทานยาปรับฮอร์โมนมีอาการเจ็บหน้าอกและปวดหน่วงๆที่อวัยวะเพศแต่ก็ยังไม่มาค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำตอบของคุณหมอมากๆนะคะ

