
Feb 24, 2017 at 02:04 AM

Feb 24, 2017 at 02:04 AM

Feb 24, 2017 at 11:37 AM
สวัสดีค่ะ คุณ เจ๊ มายด์
อาการตกขาวสีน้ำตาลปนเลือด อาจเกิดจากเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศ (ฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน) พบได้ในภาวะ การใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉีด การรับประทานยาหรืออาหารบางชนิดที่อาจมีฮอร์โมนเพศหญิงผสมอยู่ ความผิดปกติของการตกไข่ (ovarian dysfunction) ที่เกิดได้จากภาวะเครียด การทำงานของไทรอยด์มากหรือน้อยกว่าปกติ มีการติดเชื้ออักเสบของอวัยวะสืบพันธ์ ได้แก่ ภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งอาจเกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็อาจทำให้มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดได้ รวมถึง มีก้อนเนื้องอกธรรมดา ติ่งเนื้อ หรือเนื้อร้ายในมดลูกหรือปากมดลูก
ส่วนมะเร็งปากมดลูกเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ หากเป็นระยะแรก ๆ มักไม่มีอาการอะไร แต่สามารถตรวจพบได้โดยการตรวจภายในและทำแป๊บสเมียร์ (Pap smear) ซึ่งคือการใช้เครื่องมือนำตัวอย่างเซลล์บริเวณปากมดลูกไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก เช่น สูบบุหรี่ ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เมื่อเนื้อร้ายนี้เป็นมากขึ้นมักจะมีอาการต่าง ๆ เช่น มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด หรือมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
โดยทั่วไป สตรีหลังคลอดบุตรจะมีน้ำคาวปลา ซึ่งระยะแรกจะมีสีแดง แล้วค่อย ๆ จางลง และน้อยลงเรื่อย ๆ หากว่ามีปริมาณมากขึ้น หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ ก็อาจเกิดจากการติดเชื้อได้ด้วยอีกอย่างหนึ่งค่ะ
แนะนำว่า ควรไปตรวจตามนัดเพื่อฉีดยาคุมกำเนิด ร่วมกับปรึกษาแพทย์เพื่อแจ้งอาการที่เป็นค่ะ เรื่องนี้เป็นปัญหาสุขภาพทางเพศที่พบได้ทั่วไป ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใดค่ะ หรือหากมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภายในก่อนนัด ดูว่าเกิดจากอะไร และขอคำแนะนำอีกครั้งว่าต้องทำอย่างไรค่ะ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ประจำเดือน มาปกติหรือมาไม่ปกติ และ มะเร็งปากมดลูก

Feb 26, 2017 at 02:26 AM

Feb 27, 2017 at 09:07 AM
อาการที่บอกเป็นได้จากหลายสาเหตุมากค่ะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจภายในร่วมด้วยนะคะ เพื่อการวินิจฉัยที่ชัดเจนค่ะ