ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

ใช้ถุงยางอนามัย มีเพศสัมพันธ์ตลอดจะท้องไหม

Pacharada Konnganสมาชิก

Oct 24, 2017 at 08:34 PM

ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย 19กันยา ปกติมีเพศสัมพันธ์อาทิตย์ละครั้ง ป้องกันโดยสวมถุงยาง จนกระทั้งวันนี้ประจำเดือนยังไม่มา แต่กลับมีอาการคัดเต้านมตั้งแต่ต้นเดือน ร่างกายตัวอุ่นๆ อุณหภมิสูงกว่าปกติ หน่วงๆที่ท้อง ท้องอืด เรอบ่อย หิวบ่อย แต่ทานได้ไม่มาก จะคลื่นไส้เวลาได้กลิ่น โดยปกติไม่เป็นอะไร เมื่อสังเกตที่เต้าบริเวณลานเต้านมขยายมากขึ้น และมีตุ่มๆ ประมาณวันที่ 21 ตุลา พบว่าไม่ขึ้น2ขีด จะถามว่าอาการคล้ายๆ ท้อง แต่ถ้าประจำเดือนจะมาอีกที มาช่วงไหนคะ แล้วเราจะตรวจครรภ์อีกครั้งช่วงไหนถึงจะชัดเจนคะ
แพทย์หญิงสุจิณันฐ์ นันทาภิวัธน์ แพทย์

Oct 24, 2017 at 09:10 PM

สวัสดีค่ะ คุณ Pacharada 

การที่มีเพศสัมพันธ์ โดยที่มีการคุมกำเนิด โดยการใช้ ถุงยางอนามัย ถือว่ามีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการตั้งครรภ์ได้อยู่เเล้วค่ะ เนื่องจากถุงยางอนามัย ถือว่าเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดค่อนข้างต่ำค่ะ เพราะว่า มีโอกาสที่จะเเตก หลุด รั่ว หรือมีสารคัดหลั่งออกไปเปื้อนที่บริเวณของช่องคลอดได้ค่ะ จึงทำให้มีโอกาสท่ีจะตั้งครรภ์ได้ค่ะ  

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีเพศสัมพันธ์นั้น ตรงกับ ช่วงที่มีไข่ตก นั่นคือ ถ้าอ้างอิงว่ามีรอบเดือนที่มาสม่ำเสมอ วันที่  19 กันยายน ดังนั้น ถ้ามีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอ ทุกอาทิตย์ถือว่า มีความเสี่ยงที่จะตรงกับวันที่ 9-26 นับจากวันเเรกของรอบเดือนก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดกาารตกไข่ได้ค่ะ ดังน้ัน ถ้ารอบเดือนนี้ห่างออก แทนที่ควรจะเป็น ร่วมกับมีเลือดออกกระปริบกระปรอย หรือมีอาการที่สงสัยจะตั้งครรภ์ เช่น เจ็บเต้านม คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหลัง ท้องอืด มีโอกาสทีจะเกิดการตั้งครรภ์ได้ค่ะ 

แนะนำให้ตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์ค่ะ โดยอาจตรวจได้ 4-6 สัปดาห์ภายหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ค่ะ ซึ่งในช่วงนี้สามารถเริ่มตรวจได้ค่ะ ถ้าประจำเดือนยังไม่มา อาจลองตรวจซ้ำในอีก 1 สัปดาห์ได้ค่ะ ถ้าไม่ท้องอาจเกิดได้จากอีกหลายสาเหตุ เช่น อาการก่อนมีประจำเดือน หรือ ภาวะเครียด กังวล พักผ่อนไม่เพียงพอได้ค่ะ

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม