สวัสดีค่ะ คุณ นาย ชัย,
การมีเพศสัมพันธ์โดยการสอดใส่ทางช่องคลอด กับหญิงขายบริการย่อมมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV ได้ รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองในแท้ หนองในเทียม แผลริมอ่อน เริม ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี เป็นต้น ส่วนการใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน ก็จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้ แต่ก็ต้องทราบว่า ไม่ได้ช่วยป้องกันได้ 100% ส่วนบางโรค เช่น หูดหงอนไก่ การใช้ถุงยางอนามัย ไม่ได้ช่วยป้องกันการติดโรคได้
ส่วนการสัมผัสเต้านม ดูดเต้านม หากเต้านมไม่มีบาดแผล ไม่มีน้ำนมไหลออกมา ก็จะไม่ได้ทำให้ติดเชื้อ HIV
ส่วนการจูบปาก หากเป็นการจูบแบบธรรมดา ก็จะไม่ได้ทำให้ติดเชื้อ HIV แต่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่นๆ เช่น เริม ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี เป็นต้น แต่หากเป็นการจูบแบบดูดดื่ม มีการแลกลิ้นกัน กัดปากกัน ก็จะมีโอกาสติดเชื้อ HIV ได้
สำหรับการที่สารคัดหลั่งมาโดนผิวผนังของร่างกาย ซึ่งไม่มีบาดแผล ก็จะไม่ได้ทำให้ติดเชื้อ HIV แต่หากมาสัมผัสโดนส่วนของเยื่อบุ เช่น โดนปาก ตา จมูก ปลายอวัยวะเพศ ก็จะมีโอกาสติดเชื้อได้
ในเรื่องของการทานยาต้านไวรัส HIV ฉุกเฉิน (PrEP) ควรทานเมื่อคาดว่าจะมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อมาสูง ดังนั้น ก็ควรทานหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว โดยต้องทานยาต่อเนื่องนาน 28 วัน ซึ่งจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ประมาณ 90% ค่ะ (ไม่ได้ 100%)