คีโตโคนาโซล

คีโตโคนาโซล

คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) คือ ยาที่รักษาการติดเชื้อราในร่างกายและที่ผิวหนัง เช่น เชื้อราในเลือด เชื้อราในปอด กลาก เกลื้อน เชื้อราในช่องคลอด หรือรังแค โดยสารต้านเชื้อรานั้นจะกำจัดเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อพร้อมกับป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งจะมียาที่เราพบได้ทั่วไปตามร้านขายยาจะเป็นรูปแบบใช้ทาภายนอก เช่น ครีมทาผิวหนัง แชมพูขจัดรังแค และสถานพยาบาลจะเป็นยาเม็ดสำหรับรับประทาน

คีโตโคนาโซล

เกี่ยวกับคีโตโคนาโซล

กลุ่มยา ยาต้านเชื้อรา
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุ รักษาโรคจากเชื้อรา
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาเม็ด ยาทา แชมพู

ยาคีโตโคนาโซล จะหยุดการสังเคราะห์ของเออร์กอสเตอรอล ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์เชื้อรา ส่งผลต่อการลำเลียงอาหารเข้าเซลล์ของเชื้อรา ทำให้เชื้อราขาดสารอาหารและหยุดการเจริญเติบโตไปในที่สุด

คำเตือนในการใช้ยาคีโตโคนาโซล

  • สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ กำลังให้นมบุตรหรือวางแผนจะมีบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้
  • สิ่งสำคัญในการใช้ยา คือ ต้องใช้ยาตามช่วงเวลาที่เหมาะสมตามที่แพทย์ได้แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อจะถูกกำจัดหมดและลดปัญหาการดื้อยา
  • ยาคีโตโคนาโซลแบบทา เป็นยาที่ใช้ภายนอกเท่านั้น ห้ามใช้ทาบริเวณที่เป็นแผล มีรอยขีดข่วน หรือแผลไฟใหม้
  • การใช้ยาคีโตโคนาโซล อาจมีผลทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับตับอย่างรุนแรงถึงขั้นตับอักเสบต้องปลูกถ่าย ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว หากพบว่ามีอาการที่บ่งบอกว่าตับมีปัญหา เช่น เหนื่อยล้าผิดปกติ ตาและผิวหนังเหลือง ปัสสาวะเป็นสีเข้ม ขับถ่ายสีซีด ไม่อยากอาหาร ปวดท้อง มีอาการคลื่นไส้มากหรือตลอดเวลา อาเจียน โดยส่วนใหญ่อาการและปัญหาทางตับจะกลับมาเป็นปกติเมื่อหยุดใช้ยา โดยปกติแพทย์จะตรวจการทำงานของตับก่อนการให้ยา
  • หากใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ไม่ตอบสนองต่อยา ควรรีบไปพบแพทย์
  • หากพบว่ามีการแพ้ยา หรือมีผลข้างเคียงจากการที่ใช้ยาในปริมาณมากเกินไป ให้รีบไปพบแพทย์

ปริมาณการใช้ยาคีโตโคนาโซล

ปริมาณการใช้ยาก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความรุนแรงของโรค โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยการสั่งจ่ายยา

ยารับประทาน ในผู้ใหญ่จะใช้ปริมาณ 200 มิลลิกรัม วันละครั้ง (อาจเพิ่มเป็นวันละ 400 มิลลิกรัม หากการตอบสนองของยาไม่เพียงพอ) ประมาณ 1-2 สัปดาห์สำหรับโรคราแคนดิดา อย่างน้อย 4 สัปดาห์สำหรับโรคผิวหนังจากเชื้อรา และ 6 เดือน สำหรับในรายที่เชื้อรากระจายไปยังอวัยวะภายในร่างกาย

ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกลื้อน หรือการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ใช้ยาชนิดทา ในผู้ใหญ่ใช้ครีมที่มีคีตาโคนาโซล 2% ทาวันละ 1-2 ครั้ง บริเวณที่เป็น และชนิดแชมพูสระผมใช้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ แบบแชมพูคีตาโคนาโซล 1 หรือ 2 % ใช้เป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ หรือใช้ในการป้องกันโรค ใช้แชมพูที่มีคีตาโคนาโซล 2% ใช้ 1 ครั้ง ในทุก 1-2 สัปดาห์

การใช้ยาคีโตโคนาโซล

  • ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ห้ามใช้ยามากหรือน้อยเกินกว่าที่แพทย์ได้แนะนำเอาไว้ และใช้ยาตามวิธีการที่ให้มาตามฉลาก
  • แพทย์อาจให้ตรวจเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยจะสามารถใช้ยาคีโตนาโซลได้อย่างปลอดภัย
  • ปรึกษาแพทย์ก่อน เนื่องจากยาบางตัวมีผลเมื่อใช้ร่วมกับยาคีโตโคนาโซล เช่น ยาลดกรดในทางเดินอาหาร กลุ่มยายับยั้งการหลั่งกรด (PPI) เช่น โอเมพราโซล (Omeprazole) ยากันชัก Phenytoin เป็นต้น
  • ห้ามใช้ยาลดกรดอะลูมิเนียม ไฮดรอกไซด์ ภายใน 1 ชั่วโมงก่อนใช้ยา หรือภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากการใช้ยา
  • ขณะที่กำลังใช้ยาคีโตโคนาโซล ผู้ป่วยอาจต้องได้รับการตรวจเลือดบ่อยครั้งเพื่อดูการทำงานของตับ
  • ห้ามให้ผู้อื่นใช้ยานี้ นอกจากจะเป็นโรคชนิดเดียวกัน
  • ควรใช้ยานี้ให้ครบตามกำหนดเวลาที่แพทย์สั่ง อาการอาจดีขึ้นแต่การติดเชื้อยังคงอยู่  ซึ่งหากใช้ยาไม่ครบตามเวลาที่กำหนด อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อเพิ่มเติมเข้ามา โดยอาจเป็นการติดเชื้อที่ดื้อต่อยาต้านเชื้อรา
  • ล้างมือหลังจากการใช้ยา เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อกระจายไปตามส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย หรือแพร่ไปยังคนอื่น ๆ
  • ยาคีโตโคนาโซล จะไม่สามารถรักษาการติดเชื้อจากไวรัสได้
  • เก็บยาเอาไว้ที่อุณหภูมิห้องโดยให้ห่างจากความชื้นและความร้อนสูง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาคีโตโคนาโซล

หากมีสัญญาณหรืออาการของการแพ้ยา ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว ซึ่งมีอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ลมพิษ มีไข้ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ

ควรรีบติดต่อแพทย์ หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดหัวพร้อมกับเจ็บหน้าอกและมีอาการเวียนศีรษะ เป็นลม หรือหัวใจเต้นแรงและเร็วกว่าปกติ
  • ร่างกายอ่อนแอผิดปกติ หรือรู้สึกเหนื่อยอ่อน มีอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • มีความผิดปกติที่ตับ โดยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณท้องส่วนบน มีอาการคัน รู้สึกเหนื่อย ไม่มีความอยากอาหาร ปัสสาวะสีเข้ม เป็นต้น

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป

  • มีอาการคลื่นไส้ หรือปวดท้อง
  • ท้องร่วง
  • ปวดหัว