ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
โรค A-Z

การรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis)

อัปเดตล่าสุด 28 ส.ค. 2567

โรคกระเพาะอาหารอักเสบจะรักษาตามสาเหตุและการประคับประคองไปตามอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารเบื้องต้น หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์จะให้การรักษาด้วยการใช้ยาควบคู่ไปด้วย ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของยาที่ใช้รักษาหรือยาแก้โรคกระเพาะได้หลายกลุ่ม

ยาปฏิชีวนะ 

ยาปฏิชีวนะจะช่วยในการการฆ่าเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ที่อยู่ในระบบย่อยอาหาร เช่น ยาคลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin) ยาอะมอกซิซิลลิน (Amoxicillin) หรือ ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) ผู้ป่วยควรรับประทานให้ครบตามแพทย์แนะนำ 

ยาลดกรด 

จะช่วยให้กรดในกระเพาะอาหารเกิดความสมดุลและช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง แต่อาจส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการท้องผูกหรือท้องร่วง ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวยาหลักในแต่ชนิดยา เช่น ยาลดกรดที่มีสารประกอบแมกนีเซียม ยาลดกรดที่มีสารประกอบอลูมิเนียม ยาลดกรดที่มีสารประกอบแคลเซียม 

นอกจากนี้ควรระวังการใช้ยาลดกรดร่วมกับยาในกลุ่มอื่น เพราะยาลดกรดอาจส่งผลต่อการดูดซึมต่อยาบางชนิดที่ต้องรับประทานร่วมกัน 

ยายับยั้งการหลั่งกรดและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร 

เป็นยาที่มีฤทธิ์หยุดการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร แบ่งออกได้ 2 ประเภท

  • ยากลุ่มโปรตอน ปั๊ม อินฮิบิเตอร์ (Proton Pump Inhibitors) มีทั้งยาที่ต้องจ่ายโดยแพทย์และยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น ยาลดกรด (Omeprazole) ยาแลนโซพราโซล (Lansoprazole) ยาราบีพราโซล (Rabeprazole) ยาอีโซเมปราโซล (Esomeprazole) เด็กซ์แลนด์โซพราโซล (Dexlansoprazole) แพนโทพราโซล (Pantoprazole) เป็นต้น 
  • ยาในกลุ่มยับยั้งฮิสทามีนชนิดที่ 2 (Histamine (H-2) Blockers) ที่ไปหยุดการทำงานของเซลล์ในกระเพาะอาหารให้ผลิตกรดลดลง ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง เช่น ยาแรนิทิดีน (Ranitidine) ยาฟาโมทิดีน (Famotidine) ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) ยานิซาติดีน (Nizatidine) 

ยาเคลือบกระเพาะอาหาร 

ทำหน้าที่เคลือบเยื่อบุและแผลที่เกิดภายในกระเพาะอาหารจากกรด เช่น ยาซูครัลเฟต (Sucralfate) หรือยาบิสมัท (Bismuth) ที่ใช้เคลือบกระเพาะอาหารแล้วและยังช่วยป้องกันการเกิดแผลในทางเดินอาหารสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากการใช้ยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบ 

ยาต้านอาเจียนหรือยาแก้คลื่นไส้อาเจียน 

ตัวยาจะมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เป็นผลจากความผิดปกติของกระเพาะอาหารหรือลำไส้

อย่างไรก็ตาม แม้โรคกระเพาะอาหารอักเสบจะไม่ใช่โรคร้ายแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการแบบเฉียบพลันและหายดีได้ในเวลาไม่นาน แต่บางรายอาจมีอาการเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ จึงจำต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอและเข้ารับการตรวจทางการแพทย์อื่น ๆ เพิ่มเติม

หากผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อนก็อาจต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งอาจทำให้มีค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการติดต่อกันนานเป็นเดือนจนถึงเป็นปีหรือมีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย

ดังนั้น หากผู้ป่วยมีการวางแผนการเงินที่ดี ได้รับสวัสดิการด้านสุขภาพจากรัฐบาล หรือทำประกันสุขภาพก็อาจจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รักษามา 7 เดือนแล้ว ส่องกล้องแล้วปกติ ยังมีอาการเหมือนเดิม ต้องทำอย่างไร

โดย icecoster

สวัสดีครับ ตอนนี้ผมรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ 7 เดือนแล้ว ยังมีอาการเหมือนเดิมคือ จุกเสียดท้องท้องอืด ท้องร้องโครกคราก ตอนกลางดึกช่วงประมาณตี 2 ทุกคืนจนต้องลุกขึ้นมาทานยาลดกรด…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เคยเป็นโรคกระเพาะอักเสบ หลังหยุดยา มีอาการคล้ายเดิม ควรทำอย่างไร

โดย jackhaha

ได้ไปรักษาและรับยาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบ พอได้กินยาแล้วไปได้สักพักมีอาการดีขึ้นจนกลับมารับประทานอาหารได้ตามปกติ มีแรงจนสามารถกลับมาออกกำลังกายได้…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

แพทย์แจ้งว่าเป็นไวรัสลงกระเพาะ แต่ได้รับยาปฏิชีวนะมาทาน ควรจะทานหรือไม่

โดย PT Prin

ดิฉันอายุ 33 ปี ค่ะ มีอาการ ดังนี้ เมื่อวันที่ 27/04/21 ที่ผ่านมาอยู่ๆ ก็รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง อยากถ่ายท้อง ตัวชา เหมือนมีก้อนจุกที่คอ สักพัก พอเลอ ออกมาลูกใหญ่ก็ดีขึ้น…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 5 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม