เด็กซ์แลนโซพราโซล (Dexlansoprazole)

เด็กซ์แลนโซพราโซล (Dexlansoprazole)

Dexlansoprazole (เด็กซ์แลนโซพราโซล) เป็นยาที่ใช้เพื่อรักษาอาการแสบร้อนหน้าอกจากกรดไหลย้อนและบรรเทาภาวะหลอดอาหารอักเสบและมีแผล (Erosive Esophagitis) โดยตัวยาจะช่วยลดปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ อาจนำไปใช้รักษาโรคหรือภาวะสุขภาพอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ด้วย

เด็กซ์แลนโซพราโซล (Dexlansoprazole)

เกี่ยวกับยา Dexlansoprazole

กลุ่มยา โปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ (Proton Pump Inhibitors)
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ รักษาโรคกรดไหลย้อนหรือภาวะหลอดอาหารอักเสบและมีแผล
กลุ่มผู้ป่วย เด็กอายุมากกว่า 12 ปี และผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยารับประทาน
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์และผู้ให้นมบุตร Category B จากการศึกษาในสัตว์ ไม่พบความเสี่ยงในการทำให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์สัตว์ แต่ไม่มีการศึกษาในมนุษย์หรืออาจพบผลไม่พึงประสงค์ในสัตว์ และยังไม่พบความเสี่ยงในมนุษย์เมื่อใช้ในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ รวมทั้งไม่มีหลักฐานทางการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า มีความเสี่ยงเมื่อใช้ในช่วงหลังเดือนที่สามเป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา เพราะยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อทารกได้

คำเตือนในการใช้ยา Dexlansoprazole

ข้อควรทราบเพื่อความปลอดภัยก่อนการใช้ยา Dexlansoprazole มีดังนี้

  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบหากมีอาการแพ้ยา Dexlansoprazole ยา Lansoprazole ยา Omeprazole หรือแพ้สารอื่น ๆ ในตัวยา ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรหากมีข้อสงสัย
  • แจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติทางการแพทย์ อาทิ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus) โรคตับ หรือเคยป่วยด้วยโรคกระดูกบาง (Osteopenia) โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำก่อนการใช้ยา
  • การรับประทานยานี้เป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายดูดซับวิตามินบี 12 ได้ยากขึ้น ผู้ที่สงสัยว่าจะมีภาวะขาดวิตามินบี 12 ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
  • แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยา วิตามิน หรือสมุนไพรทุกชนิดที่ผู้ป่วยกำลังใช้อยู่ เช่น ยาต้านไวรัสริลพิไวรีน (Rilpivirine) ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ยาเออร์โลทินิบ (Erlotinib) ยาแอมพิซิลลิน (Ampicillin) หรือ ยามัยโคฟีโนเลตโมฟีทิล (Mycophenolate Mofetil) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรับประทานวิตามินดีหรือแคลเซียมในรูปแบบอาหารเสริม เนื่องจากยา Dexlansoprazole อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกหักได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน และผู้ที่ใช้โดสยาในปริมาณมาก
  • ผู้ป่วยสูงอายุมักไวต่อผลข้างเคียงของยา จึงควรใช้ยาอย่างระมัดระวัง
  • ห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีใช้ยา Dexlansoprazole 
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังวางแผนตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยา Dexlansoprazole และไม่ควรให้นมบุตรในระหว่างใช้ยาเนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้ว่าตัวยาปนเปื้อนไปกับน้ำนมหรือไม่ 
  • หากต้องเข้ารับผ่าตัดร่างกายหรือช่องปาก ควรแจ้งให้แพทย์และทันตแพทย์ทราบว่าอยู่ระหว่างการรับประทานยาชนิดนี้
  • ไม่ควรใช้ยาแก้ท้องเสียหรือยากลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) หากมีอาการท้องเสียระหว่างการใช้ยา เนื่องจากอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

ปริมาณการใช้ยา Dexlansoprazole

ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยา Dexlansoprazole ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา โดยมีตัวอย่างการใช้ยาดังนี้

กรดไหลย้อน

ตัวอย่างการใช้ยา Dexlansoprazole เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน

  • เด็กอายุมากกว่า 12 ปีและผู้ใหญ่ รับประทานยา 30 มิลลิกรัม 1 ครั้ง/วันเป็นเวลา 4 สัปดาห์

ภาวะหลอดอาหารอักเสบและมีแผล

ตัวอย่างการใช้ยา Dexlansoprazole เพื่อรักษาภาวะหลอดอาหารอักเสบและมีแผล

 

  • เด็กอายุมากกว่า 12 ปี รับประทานยา 60 มิลลิกรัม 1 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากนั้นใช้ยาเพื่อรักษาต่อเนื่องในปริมาณ 30 มิลลิกรัม 1 ครั้ง/วัน เป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 4 เดือน
  • ผู้ใหญ่ รับประทานยา 60 มิลลิกรัม 1 ครั้ง/วัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากนั้นใช้ยาเพื่อรักษาต่อเนื่องในปริมาณ 30 มิลลิกรัม 1 ครั้ง/วัน เป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน

 

การใช้ยา Dexlansoprazole

เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา Dexlansoprazole ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์หรือคำแนะนำบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยไม่ควรปรับปริมาณยาหรือหยุดใช้ยาเองแม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ

ผู้ป่วยอาจรับประทานยานี้พร้อมอาหารหรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ และผู้ป่วยควรกลืนยาทั้งเม็ด ห้ามบดหรือเคี้ยวแคปซูล หากไม่สามารถกลืนได้ ให้เปิดแคปซูลแล้วนำตัวยาไปผสมกับน้ำสะอาด น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ปริมาณ 15 มิลลิลิตร และควรดื่มให้หมดทันทีในครั้งเดียวโดยห้ามเคี้ยวหรือผสมทิ้งไว้ จากนั้นให้ดื่มน้ำตาม 1 แก้ว 

ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องให้อาหารทางสายยาง ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง หากไม่เข้าใจวิธีการควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัย ผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยาลดกรด อย่างยาซูคราลเฟต (Sucralfate) ควรรับประทานยา Dexlansoprazole ก่อนการใช้ยาซูคราลเฟตอย่างน้อย 30 นาที 

หากลืมรับประทานยาควรรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ หากลืมรับประทานใกล้เวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามมื้อที่ลืมรับประทาน โดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็นสองเท่าเพื่อทดแทน หากใช้ยาเกินขนาดและมีอาการหายใจลำบากหรือหมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ผู้ป่วยไม่ควรใช้ยา Dexlansoprazole ร่วมกับผู้อื่น และควรเก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิม โดยควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความชื้น ความร้อน แสงแดดและควรเก็บให้พ้นมือเด็ก

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Dexlansoprazole

การใช้ยา Dexlansoprazole อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ อย่างอาการปวด เจ็บปากหรือคอ มีอาการของไข้หวัด เช่น น้ำมูกไหลและคัดจมูก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนหรือมีแก๊สในกระเพาะอาหาร ซึ่งหากผลข้างเคียงมีอาการแย่ลงหรือมีอาการติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อรับการรักษา

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการรุนแรงจากผลข้างเคียง ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • มีอาการแพ้ยา เช่น เกิดผื่น คัน เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หายใจลำบาก และใบหน้า ลิ้น ลำคอบวม
  • ปวดท้องรุนแรง ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายเป็นเลือด 
  • ปวดข้อมือ สันหลัง หรือสะโพกเฉียบพลัน ขยับไม่ได้ เพราะอาจเกิดจากกระดูกหัก 
  • มีปัญหาเกี่ยวกับไต เช่น มีไข้ มีผื่นตามตัว เบื่ออาหารหรือน้ำหนักขึ้น คลื่นไส้  ปวดข้อ ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ และมีเลือดในปัสสาวะ 
  • เกิดอาการของโรคแพ้ภูมิตนเอง เช่น เกิดผื่นสีแดงหรือม่วงที่จมูกหรือผิวหนัง อ่อนเพลีย มีไข้ น้ำหนักลด 
  • มีอาการของภาวะแมกนีเซียมในร่างกายต่ำ อย่างการรู้สึกกระวนกระวาย ตัวสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือกล้ามเนื้อกระตุก เกิดตะคริวหรือปวดตามกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ
  • เกิดอาการคล้ายภาวะขาดวิตามินบี 12 เช่น อ่อนเพลีย หายใจไม่อิ่ม ผิวซีด มีเลือดออกตามไรฟันหรือเบื่ออาหาร