รางจืด สุดยอดสมุนไพร เชื่อได้จริงหรือ

รางจืด เป็นสมุนไพรไทยที่นิยมนำมาชงดื่มบำรุงสุขภาพ โดยส่วนใหญ่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณช่วยขับพิษ รวมถึงใช้บำบัดรักษาอาการติดยาเสพติด ป้องกันภาวะเป็นพิษต่อตับจากสุรา ต้านมะเร็ง ตลอดจนใช้ทาสมานแผล และบรรเทาอาการจากโรคผิวหนังอย่างเริมหรือผื่นคัน นอกจากนี้ รางจืดยังเป็นสมุนไพรที่ภาครัฐให้ความสนใจและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ทางสุขภาพเพิ่มเติมอีกด้วย

รางจืด

การศึกษาสรรพคุณของรางจืดที่มีต่อสุขภาพส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในประเทศไทย และมีค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ แต่ยังไม่มีการทดสอบประสิทธิภาพกับคนโดยตรง มีเพียงการศึกษากับสัตว์และหลอดทดลองซึ่งนับเป็นแนวทางที่น่าจะนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์และใช้ได้จริงในอนาคต

สรรพคุณของรางจืดที่อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ขับสารพิษ นิยมใช้บรรเทาอาการปวดท้องหรือท้องเสียจากการกินอาหารผิดสำแดง รวมทั้งขับสารพิษอันตรายต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย

สำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อหาคำตอบในด้านนี้ มีผลลัพธ์ที่น่าสนใจแต่ยังระบุไม่ได้ชัดเจน จากการศึกษาหนึ่งทดลองให้หนูดื่มน้ำปนเปื้อนสารตะกั่ว 1 กรัมต่อลิตร เป็นเวลา 8 สัปดาห์ จากนั้นให้การรักษาร่วมกับสารสกัดจากใบรางจืด ผลพบว่าสารสกัดดังกล่าวมีคุณสมบัติช่วยลดการตายของเซลล์ประสาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากการได้รับตะกั่วสะสมในร่างกาย ทำให้หนูมีความบกพร่องทางการเรียนรู้และสูญเสียความทรงจำน้อยลง อีกทั้งคาดว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากสาต้านอนุมูลอิสระที่พบในสารสกัดจากใบรางจืดด้วย

งานวิจัยในปีถัดมาพิสูจน์ประสิทธิภาพของรางจืดต่อการขับพิษตะกั่วในหนูอีกครั้ง แต่พุ่งประเด็นไปที่คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของสารฟีนอลิก โดยให้หนูดื่มน้ำที่มีสารตะกั่ว 1 กรัมต่อลิตร ควบคู่ไปกับสารสกัดจากรางจืด ผลลัพธ์พบว่ารางจืดช่วยป้องกันภาวะเป็นพิษของตะกั่วต่อระบบประสาทได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระอย่างเห็นได้ชัด จึงให้ข้อสรุปว่ารางจืดอาจมีสรรพคุณช่วยบรรเทาพิษจากตะกั่ว เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟีนอลิกที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอื่นในปีก่อน ๆ ชี้ว่าการให้หนูกินน้ำหรือสารสกัดจากรางจืดช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของหนูที่ได้รับยาฆ่าแมลงได้ แต่ก่อนจะประยุกต์ใช้ประโยชน์จากสมุนไพรชนิดนี้ในทางการแพทย์ได้จริง คงต้องพิสูจน์ประสิทธิภาพกับคนโดยตรงก่อนว่าให้ผลดีมากน้อยเพียงใด ควรใช้ในรูปแบบและปริมาณเท่าใดจึงจะปลอดภัย เพราะมีงานวิจัยที่พบว่าการดื่มน้ำสกัดใบรางจืดติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลเสียต่อตับ ไต และระบบเลือดได้

ทั้งนี้ สรรพคุณของรางจืดที่ทดลองนั้นเป็นการช่วยลดสารพิษในกรณีที่ได้รับสะสมทีละน้อยเป็นเวลานานเท่านั้น ห้ามนำรางจืดมาใช้รักษาผู้ป่วยที่กลืนยาฆ่าแมลง สารเคมี หรือสารพิษ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ แนวทางปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องคือ ห้ามทำให้อาเจียนผู้ป่วยอาเจียนออกมาเด็ดขาด แต่ควรพยายามล้วงเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากปากของผู้ป่วย เช่น ฟันปลอม หรือเศษอาหาร และปฐมพยาบาลตามคำแนะนำบนฉลากของสารเคมีนั้น ๆ จากนั้นจึงรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลพร้อมนำบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวไปให้แพทย์ดูด้วย

ป้องกันภาวะเป็นพิษต่อตับ เชื่อกันว่ารางจืดช่วยถอนพิษหรือบรรเทาอาการเมาค้างจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงประโยชน์ด้านนี้ยังไม่ครอบคลุมนัก การศึกษาหนึ่งเปรียบเทียบสรรพคุณในการป้องกันภาวะเป็นพิษต่อตับระหว่างสารสกัดจากรางจืดกับสารไซลิมาริน (Silymarin) ซึ่งเป็นสารพฤกษาเคมีที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและป้องกันพิษต่อตับ ผลการศึกษาในหลอดทดลองชี้ว่าสารทั้ง 2 ชนิดต่างช่วยลดการตายของเซลล์จากการอักเสบได้ เช่นเดียวกับการทดลองกับหนูที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่าสารสกัดจากรางจืดหรือสารไซลิมารินต่างมีสรรพคุณช่วยป้องกันภาวะตับเป็นพิษที่เกิดจากการได้รับเอทานอลแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้แน่ชัดว่ารางจืดจะช่วยป้องกันผลกระทบจากแอลกอฮอล์ต่อตับได้ หรือหากทำได้จริง แอลกอฮอล์ก็ยังคงออกฤทธิ์ต่ออวัยวะอื่น ๆ ในร่างกายได้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ จึงควรจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์แต่พอประมาณเท่านั้น ไม่ควรใช้สมุนไพรใด ๆ เพื่อช่วยให้ดื่มได้มากหรือนานขึ้น เพราะยิ่งได้รับแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเท่าไรก็ยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกายมากเท่านั้น

ต้านมะเร็ง เป็นอีกสรรพคุณทางยาของรางจืดที่ถูกกล่าวถึงและมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เพื่อค้นหาคำตอบ งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เกี่ยวข้องในด้านนี้ชี้ว่าสารละลายจากรางจืดทั้งชนิดสดและแห้งต่างมีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบของเซลล์ในร่างกายของหนูที่เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ Opisthorchis viverrini ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ นอกจากนี้ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาโดยใช้สารสกัดจากรางจืดหยดลงบนเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ พบว่ามีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าเป็นผลจากการสารฟินอลิกและคุณสมบัติในการเปลี่ยนแปลงกลไกการเพิ่มจำนวนเซลล์ของรางจืด

ทั้งนี้ หลักฐานการพิสูจน์ที่มีในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการรับรองประสิทธิภาพด้านนี้ของรางจืด เนื่องจากมีเพียงการศึกษาในห้องปฏิบัติการและการทดลองกับสัตว์เท่านั้น

บำบัดอาการติดยาเสพติด รางจืดเป็นสมุนไพรอีกชนิดที่นิยมใช้รักษาอาการติดสุราและสารเสพติดต่าง ๆ ซึ่งการศึกษาคุณประโยชน์ในด้านนี้พอมีให้เห็นอยู่บ้าง งานวิจัยหนึ่งทดสอบผลกระทบจากสารสกัดรางจืดต่อสารสื่อนำประสาทอย่างโดปามีน ซึ่งเป็นสารที่ถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาขณะมีการเสพยา ส่งผลให้เกิดความรู้สึกพอใจและต้องการเสพมากขึ้นจนมีอาการเสพติด ผลลัพธ์เมื่อเปรียบเทียบกับการได้รับสารเสพติดอย่างแอมเฟตามีน พบว่าสารสกัดจากรางจืดช่วยกระตุ้นการปล่อยสารโดปามีนในสมองของหนูทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนเดียวกันกับแอมเฟตามีน แต่ยังตอบไม่ได้ว่าคุณสมบัตินี้ของรางจืดมีบทบาทช่วยบำบัดการติดยาเสพติดได้จริงหรือไม่

ด้วยผลการวิจัยที่พบว่ารางจืดมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนในสมอง ซึ่งเป็นกลไกที่มีบทบาทต่อการติดยา การศึกษาในปีต่อ ๆ มาจึงพิสูจน์ว่าการบำบัดอาการติดยาด้วยรางจืดเป็นระยะเวลานานนั้นทำให้เสพติดเช่นเดียวกับการใช้ยาเสพติดหรือไม่ โดยทดลองให้หนูกลุ่มหนึ่งกินสารสกัดรางจืดเป็นเวลา 30 วัน ส่วนอีกกลุ่มจะได้รับโคเคน ผลพบว่ากลุ่มที่ได้รับโคเคนเกิดการเสพติด แต่กลุ่มที่ได้รับสารสกัดรางจืดไม่มีอาการเสพติดแสดงให้เห็น รางจืดจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการบำบัดการติดยาเสพติด หากในอนาคตมีการศึกษาที่ระบุประสิทธิภาพและความปลอดภัยเมื่อใช้กับคนโดยตรงได้อย่างชัดเจน ระหว่างนี้ ผู้ที่ต้องการทดสอบสรรพคุณนี้ของรางจืดควรใช้อย่างระมัดระวัง และไม่รับประทานต่อเนื่องนานเกินไป

สมานแผล นอกจากคุณประโยชน์ในด้านการขับสารพิษ ป้องกันมะเร็ง หรือบำบัดยาเสพติด รางจืดยังนำมาใช้กับผิวหนังเช่นกัน โดยเชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการผื่นคันหรือรักษาโรคเริมได้ ซึ่งไม่มีการพิสูจน์ที่ชี้ให้เห็นว่าได้ผลจริงในปัจจุบัน มีเพียงการศึกษากับหนูทดลองชี้ว่าสารสกัดจากใบรางจืดอาจมีสรรพคุณช่วยเร่งการสมานตัวของแผลบริเวณผิวหนังด้วยการลดระยะการอักเสบของแผล รวมทั้งเสริมการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่ออ่อนในชั้นผิวหนังเพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้แผลหายเร็วขึ้น

ความปลอดภัยของการใช้รางจืด

รางจืดเป็นสมุนไพรที่เริ่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลังมานี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ออกมาเตือนให้จำกัดการดื่มรางจืดในรูปแบบชงกับน้ำหรือรับประทานเป็นอาหารเสริม ตลอดจนการใช้เพื่อจุดประสงค์ในการรักษาโรครูปแบบใดก็ตามที่อาจส่งผลให้ได้รับสมุนไพรชนิดนี้ในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน เนื่องจากมีงานวิจัยที่ทดสอบความเป็นพิษของรางจืด โดยให้หนูทดลองได้รับน้ำสกัดใบรางจืดในปริมาณเทียบเท่ากับการดื่มทุกวันอย่างต่อเนื่องของคน ผลลัพธ์พบว่าการบริโภคน้ำรางจืดติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อตับ ไต และระบบเลือดได้

ดังนั้น ผู้ที่สนใจบริโภครางจืดในรูปแบบใดก็ตามควรคำนึงถึงความเหมาะสมและปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพประจำตัว เนื่องจากไม่อาจรับรองได้ว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหากบริโภคในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน อีกทั้งการระบุประสิทธิภาพ ปริมาณ และรูปแบบในการใช้เพื่อรักษาโรคยังคลุมเครืออยู่มากในปัจจุบัน