ชวนสังเกตอาการติดโทรศัพท์ พร้อมเคล็ดลับหยุดพฤติกรรมเสี่ยง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิตประจำวันและการทำงาน แต่การติดโทรศัพท์หรือการใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เราเกิดปัญหาสุขภาพโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จึงรวบรวมสัญญาณการติดโทรศัพท์และวิธีปรับพฤติกรรมมาฝากกัน

แม้การติดโทรศัพท์จะดูไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด แต่จริง ๆ แล้วพฤติกรรมนี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ การทำงาน หรือความสัมพันธ์ได้ เช่น รู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า โกรธง่าย นอนไม่หลับ คิดฆ่าตัวตาย เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ความสัมพันธ์มีปัญหา ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง หรืออุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน

ติดโทรศัพท์

สัญญาณของการติดโทรศัพท์ที่ควรสังเกต

ลักษณะแบบไหนเข้าข่ายติดโทรศัพท์

  • มักใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดในเวลาที่เบื่อหรืออยู่คนเดียว
  • ใช้โทรศัพท์ติดต่อกันเป็นเวลานานมาก หรือใช้โทรศัพท์ในหลาย ๆ รูปแบบสลับกันไป เช่น ใช้บริการเว็บไซต์ ใช้สนทนากับผู้อื่น เล่นเกม เป็นต้น
  • ตื่นมาเช็กโทรศัพท์บ่อย ๆ กลางดึก หรือการใช้โทรศัพท์รบกวนการนอนหลับของตน
  • รู้สึกเป็นกังวล หงุดหงิด หรือร้อนใจเมื่อไม่ได้ใช้โทรศัพท์
  • การใช้โทรศัพท์เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุหรืออาการบาดเจ็บ รวมไปถึงส่งผลต่อการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์
  • คนรอบข้างกังวลเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ของตนเอง
  • พยายามจะเลิกใช้โทรศัพท์แต่กลับล้มเลิกโดยเร็ว
  • แสดงพฤติกรรมรุนแรงเมื่อต้องตัดขาดจากโทรศัพท์

เคล็ดลับป้องกันการติดโทรศัพท์ง่าย ๆ 

หากรู้ตัวว่าพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ของตนเองส่งผลเสียต่อสุขภาพ ความสัมพันธ์ หรือการทำงาน นี่อาจถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรง ความสัมพันธ์กลับมาดีดังเดิม และทำงานได้ดีเหมือนเก่า โดยอาจทำตามวิธีต่อไปนี้

  • หาสิ่งที่รบกวนจิตใจให้เจอ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การที่เราใช้โทรศัพท์มากเกินไปอาจเป็นเพราะต้องการหลีกหนีจากปัญหาที่กวนใจหรือสร้างความกังวลใจให้เราอยู่ เนื่องจากปัญหานั้นยากและซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ หากเราค่อย ๆ ทำความเข้าใจปัญหาและลองแก้ไขในเบื้องต้น ก็อาจทำให้ทั้งปัญหาและพฤติกรรมติดโทรศัพท์ลดน้อยลงได้

  • ปรับการตั้งค่าของโทรศัพท์

ปิดการแจ้งเตือนของทุกการใช้งานในโทรศัพท์ เพื่อไม่ให้เสียงเตือนนั้นดึงความสนใจของเรา จนต้องหันไปคว้าโทรศัพท์มาเช็คการแจ้งเตือนใหม่ ๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์หลากหลายในเครื่องเดียว อย่างการเล่นเกมหรือแชต ตั้งค่าความสว่างหน้าจอให้น้อยลงหรือเป็นโทนสีเทา เพื่อไม่ให้รบกวนขณะนอนหลับ รวมทั้งตั้งรหัสผ่านที่หน้าจอโทรศัพท์ เพื่อให้การใช้งานในแต่ละครั้งยุ่งยากมากขึ้น 

  • วางโทรศัพท์ไว้นอกห้องนอน

ลองวางหรือชาร์จโทรศัพท์ไว้นอกห้องบ้าง และพยายามไม่ใช้นาฬิกาปลุกของโทรศัพท์ แต่ให้ซื้อนาฬิกาปลุกที่ถูกใจสักเครื่องมาตั้งไว้แทน เพื่อจะได้พึ่งพาโทรศัพท์น้อยลง

  • ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ

การใช้เวลาทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่สนใจในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นจะดึงความสนใจของเราให้ออกจากโทรศัพท์ได้ และหันไปโฟกัสกับสิ่งต่าง ๆ มีสัมพันธ์กับคนรอบตัวมากขึ้น เช่น วาดรูป แต่งเพลง เล่นกีฬา ปลูกป่า เป็นอาสาสมัคร เป็นต้น 

  • เข้ารับการบำบัด

จิตบำบัด (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) เป็นการรักษาทางจิตรูปแบบหนึ่งที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนอารมณ์ พฤติกรรม และความคิดที่มีความผิดปกติให้มีอาการดีขึ้น โดยจะมีจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดมาพูดคุยและให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับเรา ซึ่งงานวิจัยบางส่วนชี้ให้เห็นว่า จิตบำบัดอาจช่วยปรับสารเคมีในสมองที่เกี่ยวข้องกับการติดโทรศัพท์ได้ วิธีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม หากวิธีข้างต้นใช้ไม่ได้ผล รู้สึกว่าตนเองติดโทรศัพท์มากขึ้น หรือคนรอบข้างเตือนเรื่องการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันเป็นเวลานานควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์หรือนักบำบัดอย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยอาจต้องใช้การบำบัดการเสพติดเทคโนโลยีหรือติดโทรศัพท์ (Digital Detox) ร่วมด้วย