Pregabalin

Pregabalin

Pregabalin (พรีกาบาลิน) เป็นยาในกลุ่มยากันชัก ใช้รักษาโรคปวดกล้ามเนื้อไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) โรคลมชัก หรืออาการปวดประสาท มีฤทธิ์ชะลอกระแสประสาทที่ผิดปกติในสมอง และลดจำนวนการส่งสัญญาณอาการปวดจากเส้นประสาทในร่างกาย ทั้งนี้ ยา Pregabalin อาจนำไปใช้รักษาอาการอื่น ๆ ได้ตามดุลยพินิจของแพทย์

Pregabalin

เกี่ยวกับ Pregabalin   

กลุ่มยา ยากันชัก
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ 
สรรพคุณ กันชัก รักษาอาการปวดจากเส้นประสาท คลายความวิตกกังวล
กลุ่มผู้ป่วย ผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยารับประทานชนิดแคปซูล

คำเตือนการใช้ยา Pregabalin  

  • ผู้ที่แพ้ยา Pregabalin หรือแพ้ยาชนิดอื่น ๆ รวมไปถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ในตัวยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังตั้งครรภ์ หรือมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์
  • ห้ามเริ่มหรือหยุดใช้ยาเองระหว่างตั้งครรภ์โดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ไม่ควรให้นมบุตรในระหว่างที่ใช้ยา เพราะยังไม่ทราบแน่ชัดถึงอันตรายและผลที่อาจเกิดขึ้นต่อทารก หากยาถูกส่งผ่านทางน้ำนม
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงวิตามิน อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และยาที่กำลังใช้อยู่
  • ควรหลีกเลี่ยงการขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตราย เพราะยาอาจทำให้ผู้ใช้มีอาการเวียนศีรษะหรือง่วงซึมได้
  • ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในขณะใช้ยา เพราะอาจทำให้มีอาการง่วงซึมเพิ่มมากขึ้น
  • หากต้องเข้ารับการผ่าตัด ศัลยกรรม รวมไปถึงศัลยกรรมในช่องปาก ควรแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่ากำลังใช้ยา Pregabalin อยู่
  • อาจเกิดปฎิกิริยาระหว่างยาที่อาจส่งผลกระทบต่อการรักษาขึ้น เมื่อใช้ Pregabalin ร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาโรซิกลิทาโซน (Rosiglitazone) ยารักษาโรคหัวใจหรือยาลดความดันโลหิตสูงบางชนิด เช่น ยาอีนาลาพริล (Enalapril) และ ยาลิซิโนพริล (Lisinopril) และหากใช้ร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ และยาระงับประสาท เป็นต้น อาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะและง่วงซึมมากขึ้นได้

ผู้ที่อยู่ในภาวะหรือเป็นโรคดังต่อไปนี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา

  • โรคเบาหวาน
  • โรคไต
  • เกล็ดเลือดต่ำ
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติ
  • ภาวะหัวใจวาย
  • เคยอยู่ในภาวะซึมเศร้า หรืออยากฆ่าตัวตาย
  • เคยปรากฏอาการแพ้อย่างรุนแรง
  • เคยติดยาเสพติด หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ปริมาณการใช้ยา Pregabalin  

วิตกกังวล 

  • ผู้ใหญ่
    เริ่มรับประทานปริมาณ 150 มิลลิกรัม/วัน อาจเพิ่มอีก 150 มิลลิกรัมทุก ๆ สัปดาห์ โดยให้แบ่งยาเป็นวันละ 2-3 ครั้งเสมอ (สูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน)

ช่วยรักษาอาการชักเฉพาะส่วน

  • ผู้ใหญ่
    เริ่มรับประทานปริมาณ 150 มิลลิกรัม/วัน หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์อาจเพิ่มเป็น 300 มิลลิกรัม โดยให้แบ่งยาเป็นวันละ 2-3 ครั้งเสมอ (สูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน)

ปวดเส้นประสาท

  • ผู้ใหญ่
    เริ่มรับประทานปริมาณ 150 มิลลิกรัม/วัน หลังจากผ่านไป 3-7 วัน อาจเพิ่มเป็น 300 มิลลิกรัม/วัน โดยให้แบ่งยาเป็นวันละ 2-3 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัม/วัน)

โรคปวดกล้ามเนื้อไฟโบรมัยอัลเจีย

  • ผู้ใหญ่
    ยารับประทานปริมาณ 75 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง (วันละ 150 มิลลิกรัม) แต่หากใช้ยาปริมาณ 300 มิลลิกรัม/วัน แล้วยังบรรเทาอาการปวดได้ไม่เต็มที่ อาจต้องเพิ่มเป็น 225 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน  450 มิลลิกรัม/วัน)

การใช้ยา Pregabalin  

  • สามารถใช้ยา Pregabalin พร้อมมื้ออาหารหรือไม่ก็ได้
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นระหว่างที่ใช้ยา
  • อารมณ์ของผู้ใช้ยาอาจเปลี่ยนแปลงไป ควรให้แพทย์ตรวจอย่างสม่ำเสมอ และควรไปตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
  • ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงใช้ยา ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เพราะเด็กที่เกิดมาอาจพิการได้
  • ผู้ป่วยอาจมีภาวะซึมเศร้า หรืออาการซึมเศร้าที่เป็นอยู่นั้นแย่ลง รวมไปถึงอาจมีความคิดฆ่าตัวตายระหว่างใช้ยา ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากมีอาการดังกล่าว
  • ควรเก็บยาในบรรจุภัณฑ์ที่มากับตัวยา ปิดให้สนิท และเก็บให้พ้นจากเด็ก
  • ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิห้อง หรือที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส ห่างจากความร้อนและความชื้น
  • หากอาการไม่ดีขึ้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ ไม่ควรเปลี่ยนปริมาณในการใช้ยาด้วยตนเอง
  • หากใช้ยา Pregabalin รักษาอาการชัก ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่ปรากฏอาการแล้วก็ตาม เพราะหากหยุดใช้ยา อาจเกิดการชักได้
  • หากลืมกินยา ให้กินยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้ช่วงเวลาการกินยาครั้งต่อไป ให้ข้ามยาที่ลืมกินไป และกินยาตามปริมาณปกติที่แพทย์หรือเภสัชกรระบุไว้ และห้ามเพิ่มปริมาณยาในครั้งต่อไปเด็ดขาด
  • หากใช้ยาเกินขนาด ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Pregabalin  

ยา Pregabalin อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย เช่น ปวดหัว ปากแห้ง มือหรือเท้าเป็นเหน็บ เป็นต้น โดยอาการดังกล่าวอาจหายไปเองหลังจากร่างกายเริ่มคุ้นชินกับตัวยาแล้ว แต่อาจต้องปรึกษาแพทย์ หากรู้สึกกังวลเกี่ยวกับอาการ หรือยังปรากฏอาการอยู่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยาบางรายอาจได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรงจากตัวยา ควรรีบไปพบแพทย์หากปรากฏอาการดังต่อไปนี้

  • มือและเท้าบวม
  • น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น
  • ช้ำง่าย เลือดออกง่าย
  • แน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก หรือหายใจไม่อิ่ม
  • ปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกเหนื่อยและมีไข้ร่วมด้วย
  • หัวใจเต้นเร็ว