Dopamine

Dopamine

Dopamine (โดปามีน) เป็นยาที่ใช้ในเพื่อรักษาอาการช็อก และบรรเทาภาวะความดันโลหิตต่ำในผู้ป่วยหัวใจวาย  ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อรุนแรง และอาจใช้ในผู้ที่เข้ารับการผ่าตัด

โดยยาชนิดนี้หากใช้ในปริมาณน้อย ยาจะเข้าไปช่วยขยายหลอดเลือดไต และหลอดเลือดระบบทางเดินอาหาร แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่มากขึ้นตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของตัวรับสัญญาณของ โดปามิเนอร์จิก (Dopaminergic Receptor) และอะดรีเนอจิกแบบเบตา (β1-Adrenergic Receptors) หากใช้ในปริมาณมากยานี้ก็จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของตัวรับสัญญาณอะดรีเนอจิก (Adrenergic Receptors) เป็นผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้มากขึ้น และเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้อย่างเพียงพอ

ยาชนิดนี้เป็นยาที่ต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น เนื่องจากเป็นยาที่ต้องควบคุมทั้งปริมาณการใช้ และเมื่อได้รับยาต้องติดตามปฏิกิริยาของร่างกายอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

544 DopamineRe

 

เกี่ยวกับ Dopamine

กลุ่มยา ยารักษาโรคหัวใจ
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ 
สรรพคุณ รักษาภาวะช็อก และความดันโลหิตต่ำในผู้ป่วยภาวะหัวใจวาย
กลุ่มผู้ป่วย ผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยาฉีด  

 

คำเตือนในการใช้ Dopamine

  • ผู้ที่มีอาการแพ้โดปามีน หรือแพ้ส่วนประกอบของ Dopamine ไม่ควรใช้ยาชนิดนี้
  • ผู้ที่เคยใช้หรืออยู่ในระหว่างใช้ยาดรอกซีโดปา (Droxidopa) ยาฟูราโซลิโดน (Furazolidone) หรือยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มโมโนเอมีน ออกซิเดส (Monoamine oxidase) ในช่วง 21 วันก่อนใช้ Dopamine ห้ามใช้ยาดังกล่าว
  • ผู้ที่มีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต หรือมีปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ยังไมได้รับการรักษาห้ามใช้ยาชนิดนี้
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรแจ้งแพทย์ก่อนได้รับยานี้ เนื่องจากยานี้อาจส่งผลต่อทารกได้
  • ผู้ป่วยที่มีการใช้ยาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ หรือยาที่ซื้อใช้เองควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยานี้
  • ผู้ป่วยเบาหวาน หรือมีประวัติความดันโลหิตสูง หัวใจวาย หรือมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำมากกว่าปกติ ควรแจ้งแพทย์ก่อนได้รับยา
  • ผู้ที่มีประวัติป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคเรเนาด์ (Raynaud disease) หรือโรคหลอดเลือดอักเสบอุดตัน (Buerger's Disease) ควรแจ้งแพทย์ก่อนได้รับยานี้

ปริมาณการใช้ Dopamine

 

  • รักษาอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เบื้องต้นให้ในปริมาณ 2-5 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อนาที และให้เพิ่มได้ถึง 5-10 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อนาที ขึ้นอยู่กับสภาพหัวใจและปริมาณปัสสาวะของผู้ป่วย ในกรณีที่อาการรุนแรงให้ได้มากถึง 20-50 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อนาที

การใช้ Dopamine

ยานี้เป็นยาที่ต้องใช้ตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น โดยแพทย์จะเป็นผู้สั่งจ่ายและสำหรับใช้สำหรับสถานพยาบาล โดยผู้ให้ยาจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่การให้ยาจะเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม แต่ถ้าหากแพทย์สั่งใช้ยาดังกล่าวที่บ้านด้วย ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีหน้าที่ในการให้ยาจะต้องได้รับการฝึกฝนในเรื่องการใช้ยาชนิดนี้ก่อนจึงจะใช้ยานี้เองได้ และหากยาดังกล่าวมีสีที่เปลี่ยนไป คือมีสีเข้มขึ้น บรรจุภัณฑ์แตก หรือมีลักษณะผิดปกติไม่ควรนำมาใช้

ทั้งนี้ หลังจากใช้ยาแล้วควรเก็บอุปกรณ์ในการใช้ยาให้ห่างจากมือเด็ก หรือสัตว์เลี้ยง ไม่ควรใช้เข็มฉีดยาซ้ำ หากลืมใช้ยาตามที่แพทย์กำหนดควรรีบแจ้งแพทย์โดยทันที

Dopamine เป็นยาที่ไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร เนื่องจากยาอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ หรืออาจปนเปื้อนในน้ำนมแม่ได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าว ผู้ป่วยจะต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับยาทั้งประโยชน์จากการใช้ยา รวมทั้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นต่อแม่และทารก เพื่อที่จะวางแผนการรักษาหรือตัดสินใจใช้ยาได้อย่างเหมาะสม

ผลข้างเคียงจากการใช้ Dopamine

การใช้ยา Dopamine อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ โดยมีทั้งอาการที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ และเกี่ยวข้องกับระบบอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น

  • หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ
  • ใจสั่น 
  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (Widened QRS complex)
  • แน่นหน้าอก
  • เส้นเลือดตีบ
  • ความดันโลหิตสูงหรือต่ำผิดปกติ
  • หายใจลำบาก
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดศีรษะ
  • วิตกกังวล
  • เกิดภาวะคั่งของของเสียในเลือด
  • เนื้อตายจากภาวะเส้นเลือดอุดตันส่วนปลาย

นอกจากนี้ อาจพบอาการแพ้ยา ซึ่งอันตรายไม่แพ้กัน หากพบอาการผื่นขึ้นอย่างรุนแรงหายใจลำบาก มีอาการบวมที่บริเวณใบหน้า ริมฝีปาก และลิ้น เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ วิงเวียน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือรอยฉีดยามีอาการเจ็บ แดง หรือบวม ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อความปลอดภัย