Digoxin

Digoxin

Digoxin (ไดจอกซิน) เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มยาคาร์ดิแอก ไกลโคไซด์ (Cardiac Glycoside) ซึ่งมีกลไกออกฤทธิ์โดยการส่งผลกระทบต่อแร่ธาตุบางชนิดภายในเซลล์หัวใจ ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดของหัวใจและช่วยรักษาจังหวะการเต้นหัวใจให้เป็นปกติและสม่ำเสมอ รวมไปถึงช่วยเพิ่มแรงบีบตัวให้กล้ามเนื้อหัวใจและช่วยลดการนำไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจช้าลง

ยาไดจอกซินจะนำมาใช้ในการรักษา เช่น ภาวะหัวใจวาย หรือหัวใจเต้นผิดปกติ หรือใช้บรรเทาอาการต่าง ๆ ของภาวะหัวใจวาย เช่น ขาบวม เท้าบวม หายใจลำบาก หรืออ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม ยานี้มีข้อห้ามใช้และผลข้างเคียงมาก ดังนั้น การใช้ยาควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

500Digoxin

เกี่ยวกับยา Digoxin

กลุ่มยา ยากลุ่มคาร์ดิแอก ไกลโคไซด์ (Cardiac Glycoside)
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ 
สรรพคุณ รักษาภาวะหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดปกติ
กลุ่มผู้ป่วย เด็ก ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
รูปแบบของยา ยารับประทาน ยาให้ทางหลอดเลือด


คำเตือนของการใช้ยา Digoxin

  • ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากมีประวัติแพ้ยานี้ ยาดิจิท็อกซิน (Digitoxin) หรือยาอื่น ๆ
  • ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากมีการใช้ยาที่แพทย์สั่งและยาที่ใช้เอง ยาสมุนไพร อาหารเสริม วิตามิน โดยเฉพาะยาลดกรด ยาปฏิชีวนะ และยาขับปัสสาวะ เนื่องจากหากใช้ร่วมกับยาไดจอกซินอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาหรืออาการไม่พึงประสงค์ได้
  • ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากมีประวัติการทำงานของต่อมไทรอยด์หรือไตผิดปกติ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคมะเร็ง หรือมีภาวะแคลเซียม โปแตสเซียม หรือแมกนีเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ หัวใจเต้นผิดปกติชนิด Ventricular Tachycardia/Fibrillation กล้ามเนื้อหัวใจหนา (Obstructive Cardiomyopathy) และโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ Wolff-Parkinson-White Syndrome
  • ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • หากต้องมีการรักษาทางทันตกรรมหรือต้องเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่ากำลังใช้ยานี้
  • หลีกเลี่ยงการขับรถ ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือทำกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ง่วงนอน หรือตามัว ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • ควรระมัดระวังการใช้ยานี้ในทารกและเด็ก เนื่องจากจะมีความไวต่อยานี้ โดยเฉพาะอาจส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ
  • ยาอื่น ๆ ที่อาจทำให้ยาไดจอกซินมีประสิทธิภาพลดลงหรือเปลี่ยนแปลงการดูดซึมของยา ได้แก่
  • ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin)
  • ยานีโอมัยซิน (Neomycin)
  • ยาซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine)
  • เกาลิน (Kaolin)
  • เพกทิน (Pectin)
  • เมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide)
  • ยาลดกรด
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยรังสีบำบัด
  • ยาที่อาจทำให้ระดับเลือดเพิ่มขึ้น ได้แก่ แคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blocker) ยาสไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) ยาควินิดีน (Quinidine) และเกลือแคลเซียม (Calcium Salt)

ปริมาณการใช้ยา Digoxin

การรักษาฉุกเฉินสำหรับภาวะหัวใจวาย

ผู้ใหญ่: ผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับยากลุ่มคาร์ดิแอก ไกลโคไซด์ (Cardiac Glycoside) ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ ใช้ยาขนาด 0.5-1 มิลลิกรัม โดยให้หยดทางหลอดเลือดดำเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ครั้งเดียว หรือแบ่งให้เป็นครั้ง โดยให้ทางหลอดเลือดดำครั้งละ 10-20 นาที สำหรับการให้ขนาดยาต่อเนื่อง (Maintenance Dose) มักจะให้เป็นยารับประทาน

ภาวะหัวใจวาย หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Supraventricular Arrhythmias)

ผู้ใหญ่: ให้ยาขนาดสูงอย่างรวดเร็ว โดยการรับประทานขนาด 0.75-1.5 มิลลิกรัม ในเวลา 24 ชั่วโมง ครั้งเดียว หรือแบ่งให้ทุก 6 ชั่วโมง สำหรับกรณีที่ไม่เร่งด่วนมากหรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

สำหรับภาวะหัวใจวายที่ไม่รุนแรง ใช้ขนาด 250 ไมโครกรัม วันละ 1-2 ครั้ง

สำหรับผู้ป่วยที่การทำงานของไตเป็นปกติ โดยปกติยาจะได้ระดับในการรักษา ใช้เวลา 7 วัน

สำหรับการให้ขนาดยาต่อเนื่อง (Maintenance Dose) ในกรณีที่การทำงานของไตเป็นปกติและยาจะได้ระดับในการรักษา ใช้เวลา 7 วัน ให้ขนาด 125-250 มิลลิกรัมต่อวัน แต่อาจให้ได้ระหว่าง 62.5-500 ไมโครกรัมต่อวัน ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษา

เด็ก:

ทารกน้ำหนักตัวต่ำกว่า 1.5 กิโลกรัม ขนาดเริ่มต้น รับประทาน 25 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นรับประทาน 4-6 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน รับประทาน 1-2 ครั้ง


ทารกน้ำหนักตัว 1.5-2.5 กิโลกรัม ขนาดเริ่มต้น รับประทาน 30 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น รับประทาน 4-6 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม)ต่อวัน รับประทาน 1-2 ครั้ง

ทารกน้ำหนักตัวมากกว่า 2.5 กิโลกรัม และเด็กอายุ 1 เดือน-2 ปี ขนาดเริ่มต้น รับประทาน 45 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น รับประทาน 10 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน รับประทาน 1-2 ครั้ง

เด็กอายุ 2-5 ปี ขนาดเริ่มต้น รับประทาน 35 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น รับประทาน 10 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน รับประทาน 1-2 ครั้ง

เด็กอายุ 5-10 ปี ขนาดเริ่มต้น รับประทาน 25 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน สูงสุด 750 ไมโครกรัมต่อวัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น รับประทาน 6 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ต่อวัน สูงสุด 250 ไมโครกรัมต่อวัน รับประทาน 1-2 ครั้ง

เด็กอายุ 10-18 ปี ขนาดเริ่มต้น รับประทาน 0.75-1.5 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง ในเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากนั้น รับประทาน 62.5-750 ไมโครกรัมต่อวัน รับประทาน 1-2 ครั้ง หากผู้ป่วยได้รับยากลุ่มคาร์ดิแอกไกลโคไซด์ (Cardiac Glycoside) ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ให้ลดขนาดยาลง

ผู้สูงอายุ: เนื่องจากผู้สูงอายุมีโอกาสสูงที่จะมีการทำงานของไตที่บกพร่อง จึงควรระวังไม่ให้ผู้สูงอายุได้รับยาเกินขนาดและควรปรับยาตามการทำงานของไต โดยอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

*ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

การใช้ยา Digoxin

ก่อนการใช้ยาควรอ่านฉลากวิธีการใช้ยาอย่างละเอียด และหากมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการใช้ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรให้เข้าใจ

  • ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด โดยห้ามใช้ยาในขนาดที่มากหรือน้อยกว่าที่ระบุ และห้ามหยุดใช้ยาด้วยตนเองโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์
  • ควรรับประทานยานี้ตอนท้องว่าง ก่อนอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และควรใช้ยานี้ในเวลาเดียวกันทุกวัน
  • ยาชนิดน้ำควรวัดปริมาณด้วยหลอดดูดยาที่เตรียมมาให้ หรือช้อนสำหรับวัดปริมาณยาโดยเฉพาะหรือถ้วยยา หากไม่มีสามารถสอบถามได้จากเภสัชกร
  • เนื่องจากยาแต่ละชื่อการค้าจะมีปริมาณของตัวยาสำคัญที่แตกต่างกันไป ซึ่งทำให้ขนาดยาที่ได้รับมีความแตกต่างกัน ดังนั้นควรใช้ยาที่มีชื่อการค้าเดียวกันเสมอ
  • เพื่อระวังไม่ให้ใช้ยาเกินขนาด ควรเฝ้าระวังระดับยาในเลือด เกลือแร่ และค่าการทำงานของไต
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ใช้ยานี้
  • ไม่ควรใช้ยาลดกรด ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอหรือแก้หวัด โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ที่ให้การรักษา
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายร้อนจนเกินไป ไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำจากการดื่มน้ำน้อยหรือการออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เกิดอาการของการใช้ยาเกินขนาดได้ง่าย
  • ขณะที่ใช้ยานี้อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดและตรวจการทำงานของไตอยู่บ่อยครั้ง
  • ในกรณีที่ลืมรับประทานยาตามเวลาที่กำหนด ให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานยาในรอบถัดไปเป็นเวลาไม่เกิน 12 ชั่วโมง ให้ข้ามไปรับประทานยาในรอบถัดไป ไม่ควรเพิ่มปริมาณเป็น 2 เท่า และหากมีอาการที่ผิดปกติเกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์
  • ควรเก็บยาไว้ในภาชนะเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะที่บรรจุให้สนิททุกครั้งหลังใช้ยา และเก็บให้พ้นมือเด็ก
  • ควรเก็บยาไว้ในอุณหภูมิห้อง เก็บให้พ้นจากความร้อน แสงแดด และความชื้น
    หากยาหมดอายุให้ทิ้งทันที

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Digoxin

หากผู้ป่วยพบอาการแพ้ยาไดจอกซิน ได้แก่ ลมพิษ หายใจลำบาก หรือใบหน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวมหรือคอบวม ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

ผลข้างเคียงที่เป็นตรายถึงชีวิต คือ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหัวใจหยุดเต้น เนื่องจากเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ

หากมีผลข้างเคียงอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์ทันที

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • เจ็บหน้าอก
  • หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ช้าหรือเร็วกว่าปกติ
  • ปวดท้อง ไม่สบายท้อง
  • อุจจาระปนเลือด หรือสีดำ
  • ตามัว หรือมองเห็นสีเหลืองมากขึ้น
  • กระสับกระส่าย สับสน ประสาทหลอน หรือมีสภาพจิตใจและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาไดจอกซินที่พบทั่วไป ได้แก่

  • คลื่นไส้
  • ท้องเสีย
  • รู้สึกอ่อนแอ เวียนศีรษะ
  • อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ
  • วิตกกังวล ภาวะซีมเศร้า
  • เต้านมขยายใหญ่ขึ้นทั้งในเพศชายและหญิง
  • มีผื่นคันที่ไม่รุนแรง

นอกจากนั้น อาจมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดปกติหรือเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ควรไปแพทย์