ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
Amlodipine (แอมโลดิปีน)

Amlodipine (แอมโลดิปีน)

อัปเดตล่าสุด 20 ก.ค. 2567

Amlodipine (แอมโลดิปีน) เป็นยาในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ (Calcium Channel Blocker) ที่ช่วยควบคุมโรคความดันโลหิตสูง บรรเทาอาการเจ็บหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจ อาจใช้เป็นยาเดี่ยวหรือใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นตามคำแนะนำของแพทย์ โดยกลไกการออกฤทธิ์ของยาจะช่วยขยายหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้มากขึ้นและลดความดันโลหิตในหลอดเลือดให้ลดลง

Amlodipine

เกี่ยวกับยา Amlodipine

กลุ่มยา ยาแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์ 
สรรพคุณ รักษาโรคความดันโลหิตสูงและอาการเจ็บหน้าอก
กลุ่มผู้ป่วย เด็กอายุมากกว่า 6 ปี ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
รูปแบบของยา ยารับประทาน

คำเตือนของการใช้ยา Amlodipine

  • ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาและอาการแพ้อื่น ๆ กับแพทย์ก่อนการใช้ยา เพราะส่วนผสมบางตัวในยาอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการแพ้ได้
  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว (Congestive Heart Failure) โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนา (Hypertrophic Cardiomyopathy) โรคลิ้นหัวใจตีบ (Aortic Stenosis) โรคตับ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนการใช้ยา
  • ห้ามใช้ยาในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • หญิงมีครรภ์ กำลังวางแผนจะมีบุตร หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าก่อนการใช้ยา
  • ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่มีการใช้ยา เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงของยาที่รุนแรงมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวัง การขับรถ ทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกล หรือทำงานในที่สูง เนื่องจากยาชนิดนี้อาจทำให้วิงเวียนหรือง่วงนอน
  • ยาชนิดนี้อาจมีปฏิกิริยากับยาบางตัวเมื่อมีการรับประทานร่วมกัน เช่น ยาไนโตรกลีเซอริน (Nitroglycerin) ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin) ยารักษาโรคหัวใจ ยาโรคความดันโลหิตสูง จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา

ปริมาณการใช้ยา Amlodipine*

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)

เด็กอายุ 6-17 ปี: รับประทาน ขนาด 2.5-5 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 5 มิลลิกรัม/วัน)

ผู้ใหญ่: รับประทาน ขนาด 5-10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน)

ผู้สูงอายุ: รับประทาน ขนาด 2.5-10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน)

ภาวะเจ็บแน่นหน้าอก (Angina Pectoris)

ผู้ใหญ่: รับประทาน ขนาด 5-10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน)

ผู้สูงอายุ: รับประทาน ขนาด 5-10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน)

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease)

ผู้ใหญ่: รับประทาน ขนาด 5-10 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม/วัน)

*ปริมาณและระยะเวลาในการใช้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก

การใช้ยา Amlodipine

ก่อนการใช้ยาทุกครั้งควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรให้ทราบหากเคยมีประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือกำลังใช้ยา สมุนไพร และวิตามินเสริมตัวใดอยู่ในช่วงนั้น เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้ยา ผู้ป่วยควรอ่านฉลากอย่างละเอียดก่อนรับประทานและใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรหยุด เปลี่ยน หรือปรับขนาดของยาด้วยตนเอง โดยในช่วงแรกของการรับประทานยาอาจทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงในบางราย  

ยาชนิดนี้สามารถรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร แต่ควรเป็นเวลาเดียวกันในแต่ละวัน ซึ่งในช่วงที่มีการรับประทานยาควรควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพราะการรับประทานยาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษาและควบคุมอาการของโรคไม่ให้แย่ลง นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงควรตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง

ในกรณีที่ลืมรับประทานยาตามเวลาที่กำหนด สามารถรับประทานยาได้ทันที แต่หากใกล้ถึงเวลารับประทานยาในรอบต่อไปหรือนานมากกว่า 12 ชั่วโมงขึ้นไป ให้ข้ามไปรับประทานยาในรอบถัดไป ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า และเมื่อมีอาการผิดปกติหรือรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์

การเก็บยาควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ห่างจากความร้อน ความชื้น แสงแดด และเก็บไว้ให้พ้นจากมือเด็ก ไม่ควรรับประทานยาที่หมดอายุ เพราะอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Amlodipine

ผู้ป่วยอาจพบอาการบวมตามมือ เท้า ขาส่วนล่าง ข้อเท้า ปวดศีรษะ ท้องเสีย มึนหัว หน้ามืด เหนื่อยง่าย ซึม หน้าแดง ใจสั่น ท้องอืด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้หลังการรับประทานยา จึงควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรหากอาการเหล่านี้ยังเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในบางรายอาจเกิดการแพ้ยาอย่างรุนแรง แต่พบได้ค่อนข้างน้อย ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว เป็นลม ผื่นขึ้นตามใบหน้า ลิ้น และคอ มีปัญหาในการหายใจ เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงและถี่มากขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่ควรรีบไปพบแพทย์   

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ :

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม