ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
อะโครเมกาลี (Acromegaly)

ความหมาย อะโครเมกาลี (Acromegaly)

อัปเดตล่าสุด 13 ก.พ. 2567

Acromegaly หรืออะโครเมกาลี เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมามากผิดปกติ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่สมส่วน เช่น กระดูกมีขนาดใหญ่ เนื้อเยื่อเจริญเติบโตเกินกว่าปกติ เป็นต้น ส่วนใหญ่จะปรากฏชัดที่แขน ขา และใบหน้า โดยภาวะนี้มักเกิดในผู้ใหญ่วัยกลางคน แต่หากเกิดขึ้นในเด็ก อาจทำให้เกิดภาวะไจแกนติซึม (Gigantism) หรือเด็กร่างยักษ์ แต่ก็พบได้น้อยมาก

Acromegaly เป็นโรคที่พบไม่บ่อยและมักเกิดอาการขึ้นอย่างช้า ๆ จึงไม่สามารถสังเกตความผิดปกติได้ในทันที บางรายอาจใช้เวลานานหลายปีกว่าอาการจะปรากฏชัดเจน และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

1683 Acromegaly rs

อาการของอะโครเมกาลี

อาการที่บ่งบอกว่ามีภาวะ Acromegaly ได้แก่

  • กระดูกขยายใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะที่ใบหน้า มือ และเท้า
  • ขากรรไกรและลิ้นมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • ร่างกายเจริญเติบโตเร็วผิดปกติ
  • มีขนขึ้นเยอะกว่าปกติ โดยเห็นได้ชัดในเพศหญิง
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
  • ผิวมัน ผิวหยาบกร้านและหนาขึ้น หรือมีติ่งเนื้อ
  • มีเหงื่อออกมาก และมีกลิ่นตัวแรง
  • ปวดศีรษะ รู้สึกอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยนแปลงไป เพราะเส้นเสียงและโพรงอากาศข้างจมูกขยายใหญ่ขึ้น
  • กรนอย่างรุนแรง เพราะทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้น
  • มีความบกพร่องในการมองเห็น
  • มีอาการเจ็บและบวมตามข้อต่อ เคลื่อนไหวข้อต่อลำบาก
  • นิ้วมือและนิ้วเท้ามีขนาดใหญ่ และนิ้วห่างกันมาก
  • ประจำเดือนมาผิดปกติในผู้หญิง และเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย
  • ตับ ไต หัวใจ ม้าม และอวัยวะอื่น ๆ มีขนาดใหญ่ขึ้น
  • หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น

เนื่องจาก Acromegaly จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้สังเกตอาการได้ยากในเบื้องต้น แต่หากพบอาการดังข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

สาเหตุของอะโครเมกาลี

Acromegaly เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก โดยมีสาเหตุจากต่อมใต้สมองผลิตโกรทฮอร์โมนออกมามากเกินไป เมื่อโกรทฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือดจึงไปกระตุ้นให้ตับผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้มีการเจริญเติบโตของกระดูกและเนื้อเยื่อมากผิดปกติ

โดยสาเหตุที่อาจทำให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมามากผิดปกติ มีดังนี้

  • เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง เนื้องอกมีส่วนทำให้โกรทฮอร์โมนถูกผลิตออกมามากกว่าปกติ หากเกิดจากสาเหตุนี้อาจมีอาการที่สังเกตได้ เช่น ปวดศีรษะ การมองเห็นบกพร่อง เป็นต้น
  • เนื้องอกที่ไม่ได้เกิดที่ต่อมใต้สมอง เช่น เนื้องอกที่ปอด เนื้องอกตับอ่อน และเนื้องอกต่อมหมวกไต เป็นต้น ซึ่งเนื้องอกดังกล่าวอาจหลั่งโกรทฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่กระตุ้นให้ต่อมใต้สมองผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ออกมามาก

การวินิจฉัยอะโครเมกาลี

ในการวินิจฉัย Acromegaly แพทย์จะตรวจร่างกายและสอบถามอาการที่เกิดขึ้น รวมไปถึงอาจทดสอบด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น

  • การตรวจเลือด ซึ่งเป็นการตรวจระดับสารบางอย่างในเลือด เช่น โกรทฮอร์โมน สารคล้ายอินซูลิน (Insulin-Like Growth Factor-1: IGF-1) ระดับน้ำตาล หรือฮอร์โมนอื่น ๆ อย่างฮอร์โมนโปรแลกติน (Prolactin) เป็นต้น
  • การทดสอบโกรทฮอร์โมนและการหยุดยั้งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone Suppression Test)
  • การตรวจจากภาพถ่าย เพื่อหาตำแหน่งของก้อนเนื้องอกที่อาจเป็นสาเหตุ หาความผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือดูผลกระทบและความผิดปกติของตำแหน่งต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น การเอกซเรย์ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) เป็นต้น

นอกจากนั้น แพทย์อาจทดสอบด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่าต่อมใต้สมองทำงานเป็นปกติดีหรือไม่ และอาจตรวจความผิดปกติร่วมอื่น ๆ ในกรณีที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคนี้ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจการทำงานของหัวใจ การประเมินสายตาและการมองเห็น เป็นต้น

การรักษาอะโครเมกาลี

การรักษา Acromegaly ขึ้นอยู่กับอายุและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยด้วย โดยมีเป้าหมายในการรักษา คือ ปรับระดับโกรทฮอร์โมนให้เป็นปกติ ลดแรงกดบริเวณรอบ ๆ เนื้องอกต่อมใต้สมอง ช่วยให้ต่อมใต้สมองทำงานเป็นปกติ รักษาการขาดฮอร์โมนและบรรเทาอาการของโรค

โดยวิธีการรักษา Acromegaly ได้แก่

  • การผ่าตัด
    การผ่าตัดเป็นทางเลือกแรก ๆ ในการรักษาผู้ป่วย Acromegaly ที่มีสาเหตุมาจากเนื้องอก ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง และสุขภาพของผู้ป่วยอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับการผ่าตัดได้ โดยเป็นการผ่าตัดนำเนื้องอกที่เป็นเหตุให้โกรทฮอร์โมนถูกผลิตออกมามากกว่าปกติออกไป โดยทั่วไปวิธีนี้จะช่วยให้ระดับโกรทฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ และทำให้อาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ เนื้องอกได้ และอาจต้องรักษาโดยการให้ฮอร์โมนทดแทน รวมทั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่ก็พบได้น้อยมาก เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ของเหลวในไขสันหลังรั่วไหล เป็นต้น
  • การใช้ยา
    การใช้ยาแพทย์จะรักษาด้วยการใช้ยาในกรณีที่การผ่าตัดไม่สามารถรักษาภาวะนี้ได้อย่างสมบูรณ์ หรือไม่สามารถลดระดับโกรทฮอร์โมนลงได้ และในบางครั้งอาจใช้ยาเพื่อลดขนาดของเนื้องอกก่อนทำการผ่าตัดด้วยโดยยารักษาหลัก มี 3 ประเภท คือ ยาลดขนาดก้อนเนื้องอก อาจใช้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดสักระยะหนึ่ง หรือใช้ในกรณีอื่น ๆ ตามที่แพทย์เห็นสมควร ยาขัดขวางกระบวนการหลั่งฮอร์โมน เพื่อทำให้โกรทฮอร์โมนถูกผลิตออกมาน้อยลง และยาขัดขวางการทำงานของโกรทฮอร์โมน เพื่อช่วยลดอาการหรือความผิดปกติที่เกิดจากการหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมามากเกินไป
  • การฉายรังสี
    การฉายรังสีเพื่อทำลายเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ เนื้องอกส่วนที่เหลือจากการผ่าตัด หรือใช้ในกรณีที่การใช้ยารักษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ผล โดยสามารถใช้รักษาร่วมกับการใช้ยาเพื่อช่วยลดระดับโกรทฮอร์โมน อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก สูญเสียการมองเห็น สมองได้รับบาดเจ็บ และเกิดเนื้องอก แต่ก็พบผลข้างเคียงดังกล่าวได้น้อยมาก

ภาวะแทรกซ้อนของอะโครเมกาลี

Acromegaly อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคคอพอก โรคติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ โรคหยุดหายใจขณะหลับ สูญเสียการมองเห็น โรคเส้นประสาทมีเดียนกดทับที่ข้อมือ ต่อมใต้สมองทำงานลดลง (Hypopituitarism) เนื้องอกมดลูก และไขสันหลังถูกกดทับ เป็นต้น

การป้องกันอะโครเมกาลี

ภาวะ Acromegaly ไม่สามารถป้องกันได้ แต่หากตรวจพบโรคได้เร็วและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจช่วยลดความเสี่ยงไม่ให้อาการแย่ลง และช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ ดังนั้น จึงควรหมั่นสังเกตอาการและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เพื่อไปพบแพทย์และรับการตรวจรักษาอย่างทันการณ์

หัวข้อสนทนาล่าสุด

ใส่ถุงยางแต่กังวลว่าจะท้องเลยกินยาคุมฉุกเฉินแล้วตกขาวมา

โดย ポイパリン ピニチャイ

สวัสดีค่ะ เรามีเซ็กส์ครั้งล่าสุดวันที่ 22 (ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งและใส่ถุงยางทุกครั้ง) ในวันนั้นอยู่ดีๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ ตอนอีกฝ่ายหลั่ง(ในถุง)ค่ะเลยกินยาคุมฉุกเฉินกันไว้แบบ 2…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์

โดย ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ

สวัสดีค่ะ วันที่01-03-66 กินยาคุมฉุกเฉิน หลังจากมีอะไรกับแฟนไม่เกินครึ่งชั่วโมง(หลั่งนอก) จากนั้น วันที่ 06-03-66 ประจำเดือนก็มา มาประมาณ6วัน จะท้องไหม แบบนี้ปลอดภัยหรือยังคะ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

มีตุ่มคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหู กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ทายาที่ตุ่ม แล้วตกสะเก็ดสีดำ ต่อมามีอาการปวดบวมร้อนมา 1 สัปดาห์แล้ว กินยาฆ่าเชื้ออยู่

โดย มีดอนะ รอรูมาแซะ

หวัดดีคับ ผมตื่นมามีอาการคล้ายสิวหัวช้างที่หลังหูสามเม็ด กดเจ็บ แล้วก้อต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ต่อมาเลยกินยาAmkเพื่อลดต่อมน้ำเหลืองกินมา2วัน…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม