5 วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าด้วยตัวเองอย่างปลอดภัยและได้ผล

วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าคือแนวทางอาจช่วยให้ผู้สูบบุหรีไฟฟ้าสามารถลดหรือเลิกสูบบุหรีไฟฟ้าได้ ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพของผู้สูบดีขึ้น และป้องกันผลกระทบต่าง ๆ จากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น ปอดได้รับความเสียหาย โรคหืด โรคปอดอักเสบจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า (EVALI) โดยวิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรืออาจไปพบแพทย์เพื่อวางแผนการรักษา

บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำที่ประกอบไปด้วยนิโคตินและสารเคมีต่าง ๆ เพื่อสูบเข้าสู่ร่างกายเหมือนบุหรี่ทั่วไป หลายคนอาจมองว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา แต่ในความจริงแล้ว ทั้งนิโคตินและสารเคมีต่าง ๆ ในบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ เช่น การเสพติดนิโคตินหรือผลกระทบต่อสุขภาพต่าง ๆ จากสารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้า

วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย โดยอ้างอิงตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ผู้ที่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าหรือจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอาจมีความผิดทางกฎหมายได้  

5 วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าให้เห็นผล

การเลิกบุหรี่ไฟฟ้าอาจเป็นเรื่องท้าทายสำหรับใครหลาย ๆ คน เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคติน ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่สูบมีอาการเสพติดได้ อย่างไรก็ตาม วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้ามีหลายวิธีที่ผู้ติดบุหรี่ไฟฟ้าอาจเลือกไปใช้ เช่น

1. ค้นหาแรงจูงใจ

ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าอาจลองค้นหาแรงจูงใจในการหยุดใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยลองนึกถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่เลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้ เช่น เลิกบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อรักษาสุขภาพ เลิกบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อไม่ให้คนรักต้องสูดดมควันบุหรี่มือสอง เลิกบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยให้ประหยัดเงินมากขึ้น ซึ่งการมีแรงจูงใจที่ดีอาจช่วยให้สามารถเลิกบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น

2. เลือกวิธีหยุดสูบทันทีหรือค่อย ๆ ลดปริมาณลง

การเลิกบุหรี่ไฟฟ้าสามารถทำได้ทั้งแบบหักดิบ ซึ่งก็คือการหยุดการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบทันที หรืออาจค่อย ๆ ลดปริมาณการสูบลง ซึ่งผู้ที่ต้องการเลิกสูบควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเอง

โดยวิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าแบบหักดิบอาจทำให้บางคนมีอาการขาดนิโคติน เช่น หงุดหงิด วิตกกังวล อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ หากมีอาการขาดนิโคติน อาจลองหากิจกรรมอื่น ๆ เช่น ออกกำลังกาย เล่นเกม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โดยอาการเหล่านี้อาจดีขึ้นได้เองเมื่อเวลาผ่านไป

หากไม่สามารถใช้วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าแบบหักดิบได้ อาจลองใช้วิธีค่อย ๆ ลดความถี่ในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าลงจนสามารถเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้ในที่สุด หรืออาจลองโทรหาสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 หรือปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการเลิกบุหรี่ไฟฟ้า

3. จัดการกับต้นเหตุที่กระตุ้นให้สูบบุหรี่ไฟฟ้า

วิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าอีกหนึ่งวิธีคือการจัดการกับต้นเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น ความเครียด การอยู่ในสังคมที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยการเข้าใจต้นเหตุที่กระตุ้นให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจช่วยให้รับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ดี เช่น หากสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพราะความเครียด อาจลองหาวิธีคลายเครียดอื่น ๆ เช่น ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว 

4. พูดคุยกับบุคคลที่ไว้ใจ

การพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือบุคคลที่ไว้ใจอาจเป็นวิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าที่ช่วยให้การเลิกบุหรี่ไฟฟ้าสำเร็จง่ายยิ่งขึ้น เพราะบุคคลเหล่านี้อาจช่วยให้กำลังใจ เตือนสติ หรือให้ความช่วยเหลือในด้านอื่น ๆ ในระหว่างการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้ 

5. ปรึกษาแพทย์

ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าสามารถขอปรึกษาจากแพทย์ได้ โดยแพทย์อาจให้คำแนะนำและช่วยวางแผนการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแต่ละคน นอกจากนี้ แพทย์อาจแนะนำวิธีเลิกบุหรี่ไฟฟ้าอย่างการใช้สารนิโคตินทดแทน (Nicotine replacement therapy) เช่น แผ่นแปะนิโคติน สเปรย์นิโคติน หมากฝรั่งนิโคติน โดยแพทย์จะค่อย ๆ ลดปริมาณนิโคตินลง ซึ่งจะช่วยให้เลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้ และยังป้องกันการเกิดอาการขาดนิโคตินอีกด้วย 

การมีความรู้สึกอยากกลับมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในผู้ที่กำลังเลิกบุหรี่ไฟฟ้า โดยอาจลองนึกถึงวันที่ผ่านมาที่สามารถงดสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ ไม่ว่าจะ 1 วันหรือกี่วันก็ตาม ก็ถือเป็นก้าวเริ่มต้นสู่ความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างเด็ดขาด อีกทั้งยังอาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สุขภาพของตนเองกลับมาแข็งแรงยิ่งขึ้น