5 ประโยชน์ของฟักทอง ผลไม้คู่จานของใครหลายคน

ประโยชน์ของฟักทองนอกจากจะใช้เติมเต็มอาหารจานหลัก ของหวาน สลัด หรือซุปต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยเพิ่มสารอาหารดี ๆ ให้กับมื้ออาหาร และอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของเราได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพสายตา ระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ รวมถึงการลดน้ำหนักด้วย  

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากชนิด มีแคลอรีต่ำ และยังมากด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสารเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ที่ร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอในภายหลัง ทำให้การรับประทานฟักทองอาจส่งผลดีและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ ดังนี้

5 ประโยชน์ของฟักทอง ผลไม้คู่จานของใครหลายคน

1. ปกป้องสายตา

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินเอที่มาจากสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดสีส้ม สีแดง หรือสีเหลืองในฟักทอง โดยวิตามินเอนั้นมีส่วนช่วยบำรุงสายตา และป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา อย่างตาบอดกลางคืน

นอกจากนี้ ฟักทองยังมีลูทีน (Luteins) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) อันมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตาจากอายุที่มากขึ้น อย่างโรคจอประสาทตาเสื่อมและต้อกระจก รวมไปถึงมีวิตามินซีและวิตามินอีที่ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่มาทำร้ายดวงตา

2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย

ฟักทองเป็นแหล่งของวิตามินเอเป็นประโยชน์ต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ ระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งวิตามินเอนั้นมีบทบาทในการผลิตและการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวหรือระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ดียิ่งขึ้น และวิตามินซีเองอาจช่วยบรรเทาอาการจากหวัดได้ด้วย

3. ช่วยในการลดน้ำหนักและการย่อยอาหาร

ขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ ฟักทองย่อมมีปริมาณไฟเบอร์หรือใยอาหารมากไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น ซึ่งการรับประทานไฟเบอร์นั้นจะช่วยให้เราอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหารไปได้มาก อีกทั้งยังช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันปัญหาท้องผูกได้ดี 

จุดเด่นของฟักทองอีกอย่างหนึ่งก็คือ มีแคลอรีต่ำและมีปริมาณน้ำสูง โดยฟักทองปริมาณ 245 กรัมจะให้พลังงานต่ำกว่า 50 กิโลแคลอรี และให้ปริมาณน้ำเกือบ 90% จึงถูกอกถูกใจผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือชอบการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก โดยสามารถรับประทานแทนข้าวหรือมันฝรั่งที่ให้พลังงานสูง

4. เสริมสุขภาพผิวพรรณ

จริง ๆ แล้ว สารเบต้าแคโรทีนอย่างวิตามินเอ รวมถึงลูทีนและซีแซนทีน ล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวพรรณทั้งสิ้น โดยจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและอันตรายจากรังสี UV ทำให้ผิวหนังดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี ปัญหาผิวที่เกิดจากแสงแดดอย่างริ้วรอยดูลดลง   

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีวิตามินซีที่ใช้ในการผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนี่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง หากเราขาดคอลลาเจนไป ก็อาจมีปัญหาเกี่ยวกับผิวในอนาคตได้ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบนใบหน้า ผิวหนังแห้ง และขาดความชุ่มชื้น

5. ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

คงมีหลายคนที่ไม่เคยรู้ประโยชน์ของฟักทองในด้านนี้มาก่อน ที่จริงมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนสูงแล้วพบว่าอาจช่วยลดโอกาสของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งคอ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม

ด้วยคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเซลล์ภายในร่างกายและอาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้ จึงคาดกันว่าสารเบต้าแคโรทีนเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันเซลล์ต่าง ๆ จากอนุมูลอิสระนั่นเอง

เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพโดยแท้จริง การรับประทานฟักทองอย่างพอดีพอเหมาะจะดีที่สุด และผู้บริโภคควรระมัดระวังการรับประทานฟักทองที่นำไปแปรรูปเป็นอาหารหรือขนมชนิดต่าง ๆ เพราะอาจมีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมากได้

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของฟักทองที่ได้รับการศึกษาวิจัยยังมีอีกหลายประการ เช่น ช่วยป้องกันโรคหืด โรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคอ้วน หรือกระทั่งเสริมสุขภาพเส้นผม ทว่าการรับประทานฟักทองเพื่อประโยชน์ทางด้านสุขภาพนั้นควรรอการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ และยังควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ เด็ก และสตรีมีครรภ์