โปรตีนรั่ว รู้จักสาเหตุและวิธีสังเกตอาการก่อนเกิดปัญหาสุขภาพ

โปรตีนรั่ว หรือภาวะที่ปัสสาวะมีโปรตีนปนอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยในบางครั้งอาจเป็นเพียงสาเหตุที่เกิดขึ้นชั่วคราว อย่างการขาดน้ำ หรือการออกกำลังกายหนัก แต่ในบางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของโรครุนแรงได้ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับไต การเรียนรู้วิธีสังเกตตัวเองเอาไว้จึงสำคัญ

โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกายในหลาย ๆ ด้าน โดยไตจะเป็นอวัยวะสำคัญที่จะช่วยกรองของเสียในเลือดและป้องกันโปรตีนปนออกมากับปัสสาวะ การตรวจพบโปรตีนรั่วหรือระดับโปรตีนในปัสสาวะสูงจึงอาจเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกายได้

โปรตีนรั่ว

โปรตีนรั่วเกิดจากอะไรได้บ้าง

โปรตีนรั่วเป็นภาวะที่สามารถเกิดได้กับทุกคน แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอาจจะมีโอกาสเกิดมากกว่า เช่น ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคไต หรือเบาหวาน

ส่วนสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ก็มีตั้งแต่สาเหตุที่อาจส่งผลให้เกิดโปรตีนรั่วชั่วคราว อย่างการออกกำลังกายอย่างหนัก ความเครียด ภาวะขาดน้ำ ภาวะความดันโลหิตต่ำ นิ่วในไต ไปจนถึงโรคบางชนิดที่มีความรุนแรง เช่น

  • โรคไตเรื้อรัง
  • มะเร็งไต
  • โรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy)
  • โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • หัวใจล้มเหลว
  • เบาหวาน

โปรตีนรั่ว สังเกตอาการอย่างไร

โปรตีนรั่วเป็นภาวะที่สังเกตอาการได้ยาก เนื่องจากในช่วงแรก ผู้ที่มีภาวะนี้มักไม่พบอาการผิดปกติใด ๆ ทางร่างกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ที่มีภาวะโปรตีนรั่วอาจพบอาการในลักษณะดังต่อไปนี้ได้

คำแนะนำเกี่ยวกับภาวะโปรตีนรั่ว

โดยส่วนใหญ่แล้ว ภาวะโปรตีนรั่วที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวมักไม่ได้ส่งผลรุนแรงใด ๆ ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความเป็นไปได้เช่นกันที่ปัญหานี้อาจกำลังบ่งบอกหรือนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ ที่มีความรุนแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อภาวะนี้เกิดขึ้นร่วมกับอาการอื่น เช่น บวมตามร่างกาย ปัสสาวะน้อยลง หรือเกิดในผู้ที่มีระดับยูเรีย (Urea) และครีเอตินิน (Creatinine) สูง

ดังนั้น ผู้ที่เริ่มมีอาการของภาวะโปรตีนรั่วอย่างที่ได้กล่าวไป ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากการจะตรวจดูว่า ผู้เข้ารับการตรวจมีภาวะโปรตีนรั่วหรือไม่ แพทย์จำเป็นต้องส่งตรวจปัสสาวะ รวมถึงการรักษา แพทย์จำเป็นต้องเลือกวิธีตามสาเหตุที่แตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคนอีกด้วย