เป็นโรคหัวใจควรออกกำลังกายแบบไหน มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

โรคหัวใจอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และอาจสร้างความกังวลใจเมื่อต้องออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น โดยผู้ป่วยโรคหัวใจเองก็สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยหากออกกำลังกายด้วยวิธีที่เหมาะสม

การออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เสริมความแข็งแรงให้กับกระดูกและกล้าม ลดระดับความดันโลหิต ลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจชะลออาการของโรคเบาหวานได้ด้วย

เป็นโรคหัวใจควรออกกำลังกายแบบไหน มีข้อควรระวังอะไรบ้าง

รูปแบบการออกกำลังกายที่ปลอดภัยสำหรับคนเป็นโรคหัวใจ

ผู้ป่วยโรคหัวใจควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3–5 ครั้งต่อสัปดาห์ หากไม่สามารถออกกำลังกายติดต่อกันได้เป็นเวลานาน อาจเริ่มออกกำลังกายเป็นเวลาเพียง 10–15 นาทีก่อน และค่อยเพิ่มระยะเวลาเป็นครั้งละประมาณ 20–30 นาทีเพื่อความปลอดภัย โดยผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถเลือกออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ เช่น

การยืดร่างกายและการแอโรบิค

การออกกำลังกายด้วยแอโรบิคและกิจกรรมที่เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย เช่น โยคะ ไทเก๊ก ว่ายน้ำ เดินเร็ว กระโดดเชือก และปั่นจักรยาน เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันเป็นวิธีที่ปลอดภัยกับผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะจะช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ลดระดับความดันโลหิต และช่วยให้หายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

การออกกำลังกายด้วยแอโรบิคและการยืดร่างกายยังช่วยให้ผู้ป่วยทรงตัวได้ดี และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับข้อต่อส่วนต่าง ๆ บรรเทาอาการตะคริว ปวดตามกล้ามเนื้อหรือข้อ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการหกล้ม อีกทั้งยังช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่สองอีกด้วย

การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Resistance Training)

การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น ซิทอัพ สควอท (Squat) ยกดัมเบลหรือยกเวท จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยให้ทรงตัวได้ดี และช่วยให้มีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน เพราะการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านจะลดไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำเป็นต้องระมัดระวังไม่ให้ยกน้ำหนักที่มากจนเกินไป ไม่ควรออกกำลังกายแบบมีแรงต้านติดต่อกันทุกวันเพื่อความปลอดภัย และควรออกกำลังกายด้วยวิธีนี้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่เสมอ เพราะการใช้แรงมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูบฉีดเลือดที่มากขึ้น ซึ่งอาจส่งพลให้หัวใจและปอดทำงานหนักจนเกินไป

เป็นโรคหัวใจ เตรียมตัวก่อนออกกำลังกายอย่างไร

ผู้ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจจำเป็นต้องให้ความสนใจกับข้อควรระวังต่อไปนี้

  • ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย
  • ควรเริ่มออกกำลังกายด้วยการใช้แรงเบา ๆ หรือวอร์มอัพก่อนทุกครั้งเพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย และควรคูลดาวน์ทุกครั้งหลังออกกำลังกาย เพื่อปรับร่างกายสู่สภาพปกติหลังจากการออกกำลังกาย
  • ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมจนเกิดไป แต่ควรหยุดพักเป็นช่วง ๆ หรือแบ่งการออกกำลังกายเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย
  • หลังออกกำลังกายควรหลีกเลี่ยงการแช่น้ำหรืออาบน้ำร้อนจัดหรือน้ำเย็นจัด และไม่ควรเข้านอนทันที
  • หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติในระหว่างการออกกำลังกาย เช่น หัวใจเต้นเร็วแม้จะหยุดพักแล้วประมาณ 15 นาที เวียนหัว หายใจไม่อิ่มหรือหอบหายใจอย่างรุนแรง อ่อนแรงหรือเจ็บหน้าอก ควรหยุดออกกำลังกายและพบแพทย์ทันที

นอกจากการออกกำลังกาย ผู้ป่วยโรคหัวใจจะต้องดูแลสุขภาพในด้านอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงหรือจำกัดอาหารที่มีไขมัน เกลือและน้ำตาลสูง จำกัดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดการสูบบุหรี่ ใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด และไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจดูอาการ เนื่องจากอาการของโรคหัวใจอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในภายหลัง