ว่านหางจระเข้ สมุนไพรสมานแผล รักษาโรค

สมุนไพรยอดฮิตที่คนไทยนิยมใช้และคุ้นเคยกันดีคงหนีไม่พ้นว่านหางจระเข้ ที่อาจมีสรรพคุณและคุณประโยชน์มหาศาล โดยว่านหางจระเข้เป็นพืชสีเขียวที่มีใบหนาอ้วน เมื่อผ่าใบออกแล้วจะพบส่วนที่เป็นเนื้อวุ้นใส ๆ ที่อุดมไปด้วยสารสำคัญต่าง ๆ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย เป็นต้น

ว่านหางจระเข้

นอกจากยารักษา ว่านหางจระเข้ได้ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเสริม เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลากหลายชนิด เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้อาจมีประโยชน์ทางการแพทย์และสรรพคุณทางยามากมายในการช่วยรักษาโรคและการเจ็บป่วยได้หลายชนิด ดังนี้

รักษาแผลไหม้พุพอง

แผลพุพองจากความร้อนที่ไม่ร้ายแรง แผลที่เกิดจากการทำครัว เช่น น้ำมันลวก น้ำร้อนลวก สามารถบรรเทาได้ง่าย ๆ ด้วยว่านหางจระเข้ โดยจะช่วยลดอาการอักเสบ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปสู่บริเวณเนื้อเยื่อของแผล ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในบริเวณที่เกิดการไหม้ และแม้จะเป็นแผลที่ง่ายต่อการติดเชื้ออย่างแผลพุพอง ก็ยังสามารถใช้ได้เพราะว่านหางจระเข้มีกรดซาลิซิลิก คอยยับยั้งแบคทีเรีย และช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังใหม่

รักษาโรคเริมที่อวัยวะเพศ

โรคเริมเป็นโรคจากเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ซิมเพล็กซ์ (Herpes Simplex Virus: HSV) ที่มักทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง ปาก และอวัยวะเพศ ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส ๆ จากนั้นจะแตกออกและอักเสบจนเกิดแผลเจ็บแสบ โดยตัวยาที่มีว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมอาจช่วยบรรเทาอาการของโรคได้และลดการอักเสบของโรค

รักษาโรคสะเก็ดเงิน

การใช้ว่านหางจระเข้รูปแบบครีมหรือขี้ผึ้งอาจช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินที่รุนแรงเล็กน้อยถึงปานกลางได้ โดยครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากว่านหางจระเข้จะช่วยลดการอักเสบ แดง คัน และผิวหนังที่ตกสะเก็ด ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินอาจต้องทาครีมที่มีสารสกัดจากว่านหางจระเข้วันละหลายครั้งติดต่อกัน 1 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน

จากการศึกษาพบว่าการรับประทานเนื้อว่านหางจระเข้อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และคอเลสเตอรอล ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของว่านหางจระเข้ด้านนี้ยังไม่เพียงพอ ทำให้ไม่อาจระบุประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ว่านหางจระเข้รักษาโรคเบาหวานได้อย่างแน่ชัด

บรรเทาอาการท้องผูก

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางส่วนพิสูน์ว่าการรับประทานยางของว่านหางจระเข้อาจมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ อย่างไรก็ตาม การรับประทานยางของว่านหางจระเข้จะให้ผลดีจริงหรือไม่นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังไม่มีการวิจัยที่น่าเชื่อถืออย่างชัดเจน และการดื่มน้ำว่านหางจระเข้ก็อาจส่งผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการปวดท้องและท้องเสียได้

เห็นประโยชน์ต่อการรักษาสารพัดโรคของว่านหางจระเข้อย่างนี้แล้ว หลายคนคงสนใจคุณสมบัติด้านการรักษาของพืชชนิดนี้ ซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ก็พบว่าการใช้ว่านหางจระเข้ได้ผลดีและมีผลข้างเคียงน้อยเสียด้วย คาดว่าต่อไปเราอาจได้เห็นว่านหางจระเข้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญของยารักษาโรคต่าง ๆ เหล่านี้มากขึ้นอย่างแน่นอน

ใช้ว่านหางจระเข้อย่างไรให้ปลอดภัย ?

โดยทั่วไปแล้วการใช้ว่านหางจระเข้เพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผิวหนังและการรับประทานว่านหางจระเข้ในปริมาณที่เหมาะสมติดต่อกันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นค่อนข้างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การรับประทานว่านหางจระเข้อาจไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพหรือมีความปลอดภัยเสมอไป โดยข้อควรระวังของการบริโภคว่านหางจระเข้มี ดังนี้

การรับประทานสารสกัดจากใบหรือยางของว่านหางจระเข้

  • ไม่รับประทานสารสกัดจากใบหรือยางของว่านหางจระเข้ในปริมาณมากหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น อีกทั้งยังเสี่ยงต่อโรคมะเร็งและอาจนำไปสู่การเกิดภาวะไตวายฉับพลันที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้  
  • ไม่ใช้สารสกัดจากใบหรือยางของว่านหางจระเข้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

การรับประทานว่านหางจระเข้ร่วมกับยา

การรับประทานว่านหางจระเข้ร่วมกับยารักษาโรคบางชนิดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงตามมาได้ โดยผู้ที่กำลังรับประทานยารักษาโรคเบาหวาน ยารักษาโรคหัวใจ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาขับปัสสาวะ ยาถ่ายชนิดกระตุ้นลำไส้ หรืออาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนลองใช้ว่านหางจระเข้เพื่อบำบัดรักษาโรค