เคล็ด (ไม่) ลับ ช่วยยับยั้งเชื้อราในช่องปาก

เชื้อราในช่องปาก เป็นการติดเชื้อราแคนดิดา (Candida Albicans) บริเวณเยื่อบุภายในช่องปาก หากมีอาการไม่รุนแรงอาจหายได้เอง ส่วนการรักษาโดยทั่วไปจะเป็นการใช้ยาต้านเชื้อรา แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีวิธีที่อาจบรรเทาอาการแบบธรรมชาติได้ด้วยตัวเองที่บ้าน แต่จะมีวิธีใดบ้างนั้น มาหาคำตอบกันในบทความนี้

สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องไม่ลืมคือ การดูแลตนเองที่บ้านเป็นเพียงวิธีบรรเทาอาการติดเชื้อที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถรักษาเชื้อราให้หมดไปได้ จึงจำเป็นต้องรับประทานยาต้านเชื้อราควบคู่ไปด้วย เพื่อกำจัดทั้งเชื้อราในช่องปากและบรรเทาอาการให้หายดีในเร็ววัน

ปกติแล้ว เชื้อราในปากเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กทารกและผู้สูงอายุเนื่องจากมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ เช่นเดียวกับผู้ป่วยบางโรคหรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย โดยเชื้อราในช่องปากของผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีอาการที่รุนแรงและควบคุมได้ยาก จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้หายเอง แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม 

2539-เชื้อราในปาก

วิธีรักษาเชื้อราในปากแบบธรรมชาติ

การบรรเทาอาการจากเชื้อราในช่องปากแบบธรรมชาติสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

น้ำเกลือ

ด้วยคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคบางชนิด ทำให้น้ำเกลือเป็นอีกตัวช่วยที่สามารถดูแลปัญหาสุขภาพช่องปากได้หลากหลาย โดยหนึ่งในนั้นคือช่วยบรรเทาอาการจากเชื้อราในช่องปาก สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการอมน้ำเกลือแล้วกลั้วปากทิ้งไว้สักครู่ หลังจากนั้นให้บ้วนน้ำเกลือทิ้งทันที ในกรณีที่ไม่สามารถหาน้ำเกลือในรูปแบบบรรจุขวด ก็ยังสามารถทำน้ำเกลือได้เอง เพียงละลายเกลือครึ่งช้อนชาหรือ 2.5 กรัม ในน้ำอุ่นประมาณ 230 มิลลิลิตร   

เบกกิ้งโซดา

หลายคนอาจไม่ทราบว่า เบกกิ้งโซดาหรือที่รู้จักกันในชื่อ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารที่อาจมีส่วนช่วยรักษาเชื้อราในช่องปากได้ เนื่องจากมีการทดลองที่แสดงให้เห็นว่า โซเดียมไบคาร์บอเนตมีฤทธิ์ขจัดเชื้อราแคนดิดาบนอุปกรณ์ในช่องปากที่ทำจากวัสดุอะคริลิคได้ การกลั้วปากด้วยเบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้ว จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับรักษาเชื้อราในปาก อีกทั้งยังช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นด้วย 

โยเกิร์ต

โยเกิร์ตคือโพรไบโอติกหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่องปาก การรับประทานโยเกิร์ตจะไปช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีภายในช่องปาก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา และยังช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีและไม่ดีภายในช่องปากด้วย แต่ควรเลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือไม่ได้เติมน้ำตาล เพราะหากมีน้ำตาลอาจทำให้เชื้อราเจริญเติบโตมากขึ้น

ขมิ้น

สารสำคัญสีเหลืองในขมิ้นที่ชื่อว่า เคอร์คูมิน (Curcumin) ถูกวิจัยกันมานานเรื่องคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ โดยมีการวิจัยในหนูทดลองพบว่า เคอร์คูมินช่วยต้านเชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์ และสายพันธุ์อื่น ๆ โดยเฉพาะหากนำสารดังกล่าวไปผสมกับสารพิเพอรินในพริกไทยดำ (Piperine) 

นี่จึงเป็นทางเลือกสำหรับใครหลายคนที่อาจช่วยรักษาเชื้อราในปากได้ โดยการนำขมิ้นบดมาผสมกับพริกไทยดำเล็กน้อย จากนั้นให้ต้มส่วนผสมดังกล่าวในน้ำหรือนมปริมาณ 1 แก้ว ให้พออุ่น แล้วนำมากลั้วปากและดื่มไปพร้อมกัน ทว่าคุณสมบัติด้านนี้ของขมิ้นเป็นผลจากงานวิจัยในสัตว์เท่านั้น หากผู้ป่วยหวังผลในการรักษาให้หายขาดอาจต้องรอการยืนยันงานวิจัยในคนก่อน เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกาย  

วิตามินซี

วิตามินซีหรือกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับกระบวนการทำงานในร่างกายโดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ วิตามินซียังช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อราภายในปากและปรับสมดุลของร่างกาย โดยปกติ ผู้ป่วยสามารถรับวิตามินซีจากการรับประทานอาหารอย่างผักและผลไม้บางชนิด และอาจเลือกใช้ในรูปแบบของยาเม็ดหรือแคปซูล รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ยาม่วง (Gentian Violet)

เป็นยาต้านเชื้อราที่มักนำมาใช้รักษาเชื้อราในช่องปาก หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป โดยควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ถึงข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังต่าง ๆ ก่อนการใช้ยา เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ป่วยสามารถใช้ไม้พันสำลีแต้มยาแล้วทาภายในช่องปากที่มีการติดเชื้อประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน หรือใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแล  

ทั้งนี้ การมีสุขอนามัยในช่องปากที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญที่อาจช่วยให้หายดีได้เร็วยิ่งขึ้น จึงควรแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนแปรงสีฟันหลังจากเชื้อราหายไปแล้วเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ไม่ใช้แปรงสีฟันอันเดียวกับคนในครอบครัวหรือคนอื่น และไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากหรือสเปรย์สำหรับช่องปากบ่อยเกินไป เพราะอาจไปทำลายเชื้อโรคชนิดดีภายในช่องปาก 

อย่างไรก็ตาม เชื้อราในช่องปากมักพบได้น้อยในเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี หากพบรอยแผลหรือคราบสีขาวภายในปากก็ควรไปพบแพทย์ให้ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อราไปสู่อวัยวะอื่น ๆ แม้ว่าการติดเชื้อนี้อาจจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงก็ตาม