นับอายุครรภ์ นับอย่างไรให้แม่นยำ

สำหรับการตั้งครรภ์แล้ว อายุครรภ์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ว่าที่คุณแม่ต้องใส่ใจ เพราะการทราบอายุครรภ์จะช่วยให้คุณแม่คาดคะเนวันกำหนดคลอดได้ ซึ่งโดยปกติกำหนดคลอดจะอยู่ที่ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน ทั้งนี้อายุครรภ์นั้นสามารถบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของเด็กทารกในครรภ์ และช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการตรวจครรภ์ในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น

นับอายุครรภ์

การนับอายุครรภ์จึงเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ ยิ่งว่าที่คุณแม่สามารถนับอายุครรภ์ได้แม่นยำมากเท่าใด ก็ยิ่งส่งผลให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้ วิธีการนับอายุครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่ยาก และสามารถทำได้เอง แต่ว่าที่คุณแม่จะต้องสามารถจำได้วันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุดได้ จึงจะสามารถนับได้ด้วยตัวเอง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า การนับอายุครรภ์จะต้องเริ่มนับตั้งแต่วันแรกของแรกประจำเดือนครั้งล่าสุด และมีหน่วยการนับเป็นวันและสัปดาห์ ส่วนที่มีการบอกอายุครรภ์เป็นเดือนนั้น ก็มาจากการนับสัปดาห์แล้วคำนวณเป็นเดือนนั่นเอง อายุครรภ์ยังสามารถระบุระยะการตั้งครรภ์ได้ โดยการตั้งครรภ์จะแบ่งออกเป็น 3 ไตรมาส ดังนี้

  • ไตรมาสที่ 1: สัปดาห์ที่ 1-สัปดาห์ที่ 13 (ประมาณเดือนที่ 0-เดือนที่ 3)
  • ไตรมาสที่ 2: สัปดาห์ที่ 14-สัปดาห์ที่ 27 (เดือนที่ 3-เดือนที่ 6)
  • ไตรมาสที่ 3: สัปดาห์ที่ 28-สัปดาห์ที่ 42 (เดือนที่ 6-เดือนที่ 9)

ไม่เพียงเท่านั้น หากต้องการทราบวันกำหนดคลอดแบบคร่าว ๆ ก็สามารถคำนวณได้ เช่นเดียวกับการคำนวณอายุครรภ์เช่นกัน โดยการคำนวณเพื่อหาวันกำหนดคลอดตามหลักกฎเนเกล (Naegele’s Rule) นั่นก็คือ นำวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด บวกหนึ่งปี ลบสามเดือน และบวกอีกเจ็ดวัน ก็จะได้วันกำหนดคลอดแบบคร่าว ๆ

ตัวอย่างเช่น:

วันมีประจำเดือนวันแรก (ของครั้งล่าสุด) = 8 พฤษภาคม 2552

  • +1 ปี = 8 พฤษภาคม 2553
  • -3 เดือน = 8 กุมภาพันธ์ 2553
  • +7 วัน = 15 กุมภาพันธ์ 2553

ทั้งนี้การคำนวณวันกำหนดคลอดแบบคาดคะเนข้างต้นจะสามารถใช้ได้กับว่าที่คุณแม่ที่มีประจำเดือนมาตรงเวลาเท่านั้น ในกรณีที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือมาไม่ตรงกันในทุก ๆ เดือน แพทย์อาจคำนวณจากวันที่คุณแม่พอจะจำได้เป็นหลัก และใช้การอัลตราซาวด์ควบคู่กันไปเพื่อให้ใกล้เคียงกับอายุครรภ์จริงมากที่สุด

นอกจากนี้มีวิธีอื่นในการนับอายุครรภ์ ตัวอย่างเช่น การใช้ปฏิทินคำนวณวันตกไข่และตั้งครรภ์ การตรวจอัลตราซาวด์เพื่อดูพัฒนาการของเด็กหรือการสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของมารดา แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อหาอายุครรภ์อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้อายุครรภ์ที่แน่นอน หลังจากนั้นแพทย์จะใช้อายุครรภ์ที่ได้ มากำหนดตารางการนัดพบแพทย์เพื่อติดตามสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของเด็กต่อไป