
Jul 31, 2020 at 10:01 AM

Jul 31, 2020 at 10:01 AM

Jul 31, 2020 at 10:55 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Jiranan Racham,
ลักษณะอาการปวดศีรษะไมเกรน คือมักจะทำให้ปวดศีรษะข้างเดียว แต่อาจปวดทั้ง 2 ข้างก็ได้ บริเวณที่ปวด มักเป็นบริเวณขมับ รอบดวงตา และอาจลามไปด้านหลังของศีรษะ อาการปวดเป็นแบบตุ๊บๆ โดยส่วนใหญ่จะปวดต่อเนื่องนาน 1-3 วันแล้วหายไป และอาการปวดจะกำเริบเป็นช่วงๆ อาจถี่หรือห่างก็ได้ขณะปวดอาจมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เวียนหัว มึนหัว เป็นต้น
ในบางราย อาจจะมีอาการเตือนมาก่อนอาการปวดศีรษะได้ (migraine with aura) โดยสามารถเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น มองเห็นแสงกระพริบๆ หรือสายตาพร่ามัว มองเห็นรูปภาพเป็นรูปทรงต่างๆ ผิดขนาด เห็นแสงซิกแซก เห็นจุดแสงวาบ หรืออาจทำให้มีอาการพูดลำบาก ชาที่มือ แขน หรือรอบปาก กล้ามเนื้อคล้ายจะอ่อนแรง เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ จะค่อย ๆ เริ่มเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที และจะยังคงมีความรู้สึกนี้เป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงก็ได้หากมีหลายอาการ
หลังจากนั้น ก็จะเริ่มมีอาการปวดศีรษะเกิดขึ้น และเมื่อหายปวดศีรษะ แล้ว ก็อาจมีอาการต่างๆ ตามมา เช่น มึนงง เวียนศีรษะ มีอารมณ์หงุดหงิด อ่อนล้า มีความรู้สึกไวต่อแสงและเสียง เป็นต้น
สำหรับปัจจัยที่กระตุ้นให้ไมเกรนกำเริบ เช่น ความเครียด อาหารบางอย่าง เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ช็อกโกแลต ผลไม้ตระกูลส้ม ชีส แอลกอฮอล์ เป็นต้น การมีฮอร์โมนแปรปรวน ช่วงก่อนมีประจำเดือน การใช้ยาฮอร์โมน หรืออาจเกิดจากแสงจากโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สภาพอากาศที่แปรปรวน ควันบุหรี่เป็นต้น
ดังนั้น อาการที่เห็นแสงก่อนที่จะปวดศีรษะทีเป็นอยู่ จึงเป็นอาการเตือนของไมเกรนได้ ทั้งนี้ หากอาการปวดศีรษะไมเกรนเกิดขึ้นบ่อยๆ แนะนำควรไปพบแพทย์เฉพาะทางอายุรกรรม เพื่อรักษาค่ะ ซึ่งจะมีทั้งยารักษาอาการและยาสำหรับป้องกันการเกิดอาการค่ะ โดยสามารถไปพบได้ แม้ในช่วงที่ไม่ได้มีอาการค่ะ
ในเบื้องต้น ก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการ ได้แก่ การลดความเครียด พยายามนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนต่างๆ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เป็นต้น