
Oct 26, 2017 at 01:31 AM

Oct 26, 2017 at 01:31 AM

Oct 26, 2017 at 05:25 AM
สวัสดีค่ะ คุณ ลักษมี ศรีทองอินทร์,
จากอาการต่างๆ ของคุณ ลักษมี ที่เล่ามานั้น เป็นอาการซึมเศร้าค่ะ หากอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นอยู่นาน 2 เดือนดังกล่าว และหากส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน น่าจะเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ซึ่งเป็นโรคที่ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงของ
1.อารมณ์เปลี่ยนไป ที่พบบ่อยคือกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งอย่าง สิ่งที่เคยชอบก็ไม่อยากทำ รู้สึกไม่มีความสุข บางคนอาจหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย อารมณ์ร้อนขึ้น ซึ่งเหล่านี้ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไปด้วย
2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกแย่ไปหมด มองเห็นแต่ความผิดพลาดของตนเอง มองไม่เห็นอนาคต หมดหวัง รู้สึกตนเองไร้ค่า เป็นภาระกับคนอื่น คิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ เมื่ออารมณ์เศร้ามีมากขึ้น ก็อาจถึงขั้นวางแผนการตายและทำร้ายตนเองได้
สมาธิความจำแย่ลง หลงลืมง่าย จิตใจเหม่อลอย ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆถูกๆ
4. อาการทางกาย เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง นอนหลับยาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว ท้องอืด ท้องผูก
5. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่องานลดลง ทั้งงานภายนอกและงานบ้าน เมื่อทำงานผิดพลาดบ่อยๆ หรือลางานบ่อยๆ ก็มักถูกให้ออกจากงาน
6. อาการโรคจิต มักพบในผู้ที่มีโรคซึมเศร้ารุนแรง เช่น อาการหลงผิด ประสาทหลอน
แนะนำให้คุณ ลักษมี ควรพบจิตแพทย์นะคะ คุณหมอจะช่วยประเมินหาสาเหตุทางกายที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ก่อน เช่น มีภาวะไทรอยด์ต่ำ ขาดวิตามินบางอย่าง เนื้องอกในสมอง สมองอักเสบ เป็นต้น หากไม่มีโรคเหล่านี้ คุณหมอก็ช่วยจ่ายยาที่จะช่วยลดอาการต่างๆของโรคซึมเศร้าลงได้ค่ะ รวมถึงการรักษาทางจิตบำบัดค่ะ
การเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก ไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ เอาแต่ร้องไห้ แต่ที่เป็นอยู่ เพราะกำลังเป็นโรค ซึ่งก็เหมือนกับการเป็นโรคอื่นๆ ค่ะ หากได้รับการรักษาที่ถูกวิธี โรคก็จะทุเลาลง จนหายเป็นปกติได้ในที่สุดค่ะ และอย่างน้อยคุณ ลักษมี ก็ถือว่าโชคดีมากที่มีสามียังคอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ ค่ะ ซึ่งในบางรายอาจไม่มีใครเข้าใจอาการของเราและหนีหายไปหมดเลยก็มีค่ะ อย่างไรก็ตามหมอขอ เป็นกำลังใจให้อาการเหล่านี้หายไปโดยเร็วนะคะ