ถามแพทย์

  • มีเสมหะในคอ 2 เดือน มีตุ่มขึ้นในคอ คัดจมูกกลางคืน หายใจมีเสียงวี้ด เป็นอะไร

  •  Ice1245
    สมาชิก
    มีอาการเสมหะในคอประมาณ2เดือนเเล้วค่ะ พักหลังมีตุ่มขึ้นในคออีก บอกกับคัดจมูกตอนกลางคืนบางครั้งหายใจมีเสียงวี้ดค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรหรอคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Ice1245,

                       อาการมีเสมหะในคอ มีตุ่มขึ้นในคอ คัดจมูก หายใจมีเสียงวี๊ด อาจเกิดจาก 

                       1. ภูมิแพ้อากาศ นอกจากอาการดังกล่าวแล้ว มักมีน้ำมูกใส จาม คันจมูก คันหัวตา เป็นต้น โดยอาการจะเป็นแบบเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ โดยอาการจะกำเริบ เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรหญ้าหรือดอกไม้ สะเก็ดผิวหนังจากสัตว์ ขนสัตว์ เครื่องสำอาง อาหาร เช่น อาหารทะเล นม ถั่ว เป็นต้น รวมถึงอากาศที่เย็น ความเครียด 

                    2. โรคหอบหืด อาจทำให้มีเสมหะในลำคอมากได้ และมีเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดังวี๊ดๆ ที่จะเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ เมื่อสัมผัสกับสิ่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ต่างๆ คล้ายกับโรคภูมิแพ้

                         ทั้งนี้ บางรายอาจมีทั้งภูมิแพ้และหอบหืดร่วมกันได้

                      3. เป็นโรคกรดไหลย้อน  ซึ่งเกิดจากการที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาถึงบริเวณลำคอ ทำให้เกิดการระคายเคืองคอและมีเสมหะได้ โดยเฉพาะเมื่อนอนลง อาการก็จะเป็นได้มากขึ้น และมักมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น แสบร้อนจากช่วงอกไปจนถึงลิ้นปี่ เจ็บหน้าอก มีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมในคอ เรอบ่อย เจ็บคอ ระคายเคืองคอ เป็นต้น

                     4. ไซนัสอักเสบเรื้อรัง มักทำให้มีอาการน้ำมูกมาก ซึ่งน้ำมูกอาจไหลลงคอ ทำให้รู้สึกเหมือนมีเสมหะตลอดเวลา นอกจากนี้ จะมีอาการคัดจมูก แน่นจมูก การได้กลิ่นลดลง ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ปวดศรีษะ ปวดตามโหนกแก้ม หน้าผาก เป็นต้น

                     5. หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แต่มักจะมีอาการไอมากร่วมกับอาการเหนื่อยง่ายด้วย

                      หากยังไม่มีอาการเหนื่อยและไอมาก ในเบื้องต้นควรดูแลแบบโรคภูมิแพ้และหอบหืดไปก่อน ได้แก่ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ดอกหญ้า ขนสัตว์ เป็นต้น โดยไรฝุ่นมักเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ดังนั้นควรใช้หมอน ที่นอนที่กันไรฝุ่นได้ และซักผ่าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่มเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยควรใช้น้ำที่อุณหภูมิสูง (60 องศาเซลเซียส) ซักด้วยจะดียิ่งขึ้น

                      นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงสารระคายเคืองที่อาจทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบ เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป ฝุ่นละอองต่างๆ น้ำหอม รวมถึงการอยู่ในที่อากาศเย็นเกินไป การอาบน้ำเย็น โดยแนะนำควรเปิดน้ำอุ่นที่อุณหภูมิเหมาะสมอาบ ไม่อาบน้ำนานเกินไป ไม่ควรนอนแช่น้ำ และควรสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นได้ เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่อดหลับอดนอน ทานอาหารเฉพาะที่มีประโยชน์ ลดความเครียด เป็นต้น

                     หากอาการไม่ดีขึ้น มีอาการเหนื่อย หอบ หรือไอมาก ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ