
Jan 31, 2018 at 12:24 AM

Jan 31, 2018 at 12:24 AM

Jan 31, 2018 at 12:28 AM

Feb 01, 2018 at 06:17 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Skyod,
อาการมีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือมีเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน ถือเป็นอาการผิดปกติ ที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่
1. การตั้งครรภ์ที่ผิดปกกติ เช่น ท้องนอกมดลูก แท้งคุกคาม แท้งไม่ครบ ครรภ์ไข่ปลาอุก เป็นต้น ผู้หญิงทุกคนที่มีอาการเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ จะต้องได้รับการตรวจก่อนว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นหรือไม่ค่ะ เนื่องจากประวัติของประจำเดือนอาจเชื่อถือไม่ได้ค่ะ
2. มีการอักเสบติดเชื้อที่ปากมดลูก/ช่องคลอด หรือมีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก ซึ่งมักมีตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย รวมถึงอาจมีอาการคันหรือแสบช่องคลอด ปวดท้องน้อย เจ็บช่องคลอดหรือท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์
3. ความผิดปกติที่มดลูกและรังไข่ เช่น มีเนื้องอกมดลูก มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป้นต้น
4. จากการใช้ฮอรโมนต่างๆ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด ยาฝังคุมกำเนิด รวมถึงยาบางอย่าง เช่น ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเศร้า เป็นต้น
5. การทำงานผลิตฮอรโมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น ภาวะที่มีถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งมักพบในคนอายุน้อย
6. มีโรคในระบบอื่นๆ เช่น มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำ เกร็ดเลือดทำงานผิดปกติ เป็นตับแข็ง ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ เป็นต้น
แนะนำว่าหากยังคงมีอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยดังกล่าว ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุนะคะ
ส่วนอาการปวดท้องน้อยในวันแรกที่มีประจำเดือน หากอาการปวดเป็นไม่รุนแรงและเป็นเพียงแค่วันเดียว ถือว่าเป็นอาการปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ ซึ่งไม่ได้อันตรายแต่อย่างใด แต่หากอาการปวดเป็นหลายวัน อาการปวดเป็นรุนแรงและปวดมากขึ้นในแต่ละรอบเดือน หรือร่วมกับมีประจำเดือนมาปริมาณมาก มานานกว่า 7 วัน ถือว่าเป็นอาการปวดที่ผิดปกติ ควรำปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุเช่นกันค่ะ

Feb 02, 2018 at 12:30 AM