ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

ประจำเดือนมา 27 เม.ย. - 2 พ.ค. แล้ววันที่ 12 พ.ค. มีเลือดออกมาอีก เป็นอะไรไหม

หนุ้ยนุ้ยนุ้ยหนุ้ยหนุ้ย. นุ่ยหนุ้ยหนุ้ยนุ้ยหนุ้ยสมาชิก

May 13, 2019 at 09:33 PM

เมนมาวันที่ 27-2 เดือน4 แล้วมีเลือดออกมาหลังทำการบ้านกับแฟนอีกวันที่12 เหมือนเม็นมาก จะเป็นอะไรไหม
แพทย์หญิงสลิล แพทย์

May 14, 2019 at 06:10 AM

สวัสดีค่ะ คุณ หนุ้ยนุ้ยนุ้ยหนุ้ยหนุ้ย. นุ่ยหนุ้ยหนุ้ยนุ้ยหนุ้ย,

                     หากประจำเดือนมาในวันที่ 27 เม.ย.- 2 พ.ค. และในวันที่ 12 พ.ค. ได้มีเลือดออกมาอีก น่าจะเป็นอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยที่เกิดจากผลข้างเคียงของการฝังยาคุมกำเนิด  (เนื่องจากเคยได้เล่าว่า ได้ไปฝังยาคุมกำเนิดเมื่อวันที่ 9 เม.ย. ตาม link นี้) ซึ่งหากเลือดที่ออกมีปริมาณไม่มาก ก็ไม่ได้อันตรายอะไร และเมื่อฝังยาคุมกำเนิดแล้ว หลังจากนี้ ประจำเดือนย่อมมาไม่ปกติได้  และในบางรายอาจขาดหายไปได้ ซึ่งเป็นผลจากฮอร์โมนของยาฝังค่ะ

                     อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่ได้ฝังยาคุมกำเนิด การมีเลือดออกดังกล่าว อาจเกิดจาก

                     - การมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง ใช้ท่าทางพิศดาร หรือมีการใส่สิ่งของในช่องคลอด อาจมีผลทำให้เยื่อบุช่องคลอดเกิดการฉีกขาดเล็กน้อยได้ ซึ่งเลือดที่ออกมักมีปริมาณไม่มาก ไหลแบบซึมๆ และจะหยุดไหลได้เองภายในไม่กี่วัน 

                    - เลือดออกช่วงไข่ตก หากเลือดที่ออกอยู่ในช่วงกึ่งกลางของรอบประจำเดือน คือประมาณวันที่ 13-15 นับจากวันแรกที่ประจำเดือนมา และออกเพียงแค่ 1 วัน เลือดดังกล่าวก็น่าจะเป็นเลือดออกวันไข่ตกได้

                    - มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แต่มักปวดท้องน้อยร่วมด้วย มีตกขาวที่ผิดปกติ มีเจ็บท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะผิดปกติ มีไข้

                    - ความผิดปกติที่มดลูกและรังไข่ เช่น มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น

                     - ผลจากการใช้ยาฮอร์โมนอื่นๆ เช่น  ยาสตรี สมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ

                     - การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ

                     ดังนั้น หากฝังยาคุมกำเนิดอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร แต่หากไม่ได้ฝังยาคุมกำเนิด และยังคงมีเลือดออกมากกว่า 1 วัน หรือออกแบบปีะปริดกะปรอยมาอีกเรื่อยๆ ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์ค่ะ

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม