ถามแพทย์

  • เป็นอีสุกอีใสควรกินยาเขียวหรือหาหมอดีคะ

  •  Hataichana Katkul
    สมาชิก
    คือกินยาเขียวกับอาบยาเขียวมาได้หลายวันแล้ว แต่อาการแย่ลงมากๆค่ะขึ้นหน้าขึ้นหัวขึ้นทั่วตัวไปหมดเลย ควรไปที่รพ.มั้ยคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Hataichana Katkul,

                  อาการของโรคอีสุกอีใส จะเริ่มด้วยมีไข้ ศีรษะ เจ็บคอ เบื่ออาหาร หลังจากนั้น 1-2 วัน จะเกิดผื่นเป็นจุดแดง ๆ ตามร่างกาย โดยจะเริ่มที่ใบหน้าและลำตัว ก่อนจะลามไปที่แขน ขา ต่อมาผื่นแดงเหล่านี้จะเริ่มกลายเป็นตุ่มพองขนาดเล็ก มีน้ำใส ๆ ภายในตุ่ม มักมีอาการคัน ต่อมาตุ่มน้ำใสจะกลายเป็นน้ำขุ่น และเป็นอยู่ประมาณ 3-6 วัน ก่อนจะเกิดการตกสะเก็ดในเวลาต่อมา และสะเก็ดก็จะค่อยๆ ลอกจางหายไปภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ โดยไม่กลายเป็นแผลเป็น หากไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

                    อย่างไรก็ตาม ลักษณะของผื่นที่เป็นตุ่มน้ำใส นอกจากโรคอีสุกอีใสแล้ว สาเหตุอื่นๆ ที่พบได้ เช่น เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่ผิวหนัง ก็ทำให้เป็นตุ่มน้ำใสในระยะแรกได้ ดังนั้นต้องแน่ใจว่าอาการที่เป็นอยู่เข้ากันได้กับโรคอีสุกอีกส หากไม่มั่นใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ

                    หากเป็นอีสุกอีใสที่อายุมากกว่า 13 ปี และมีอาการมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาทานยาต้านเชื้อไวรัส เพื่อป้องกันความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรคที่มักพบได้บ่อยในผู้ใหญ่และเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก อีกทั้งจะช่วยลดระยะเวลาการป่วยเป็นโรคด้วยค่ะ ซึ่งยาที่ใช้รักษาได้แก่ acyclovir, valacyclovir, famciclovir

                      สำหรับการดูแลตนเอง ได้แก่ การดื่มน้ำมากๆ หากมีอาการคันแนะนำให้ใช้ทานยาแก้แพ้ เช่น chlorpheniramine หรือใช้ยาทาภายนอกอย่างคาลาไมน์โลชั่น หากมีไข้และปวดหัว แนะนำให้ทานยาพาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน 

                      ส่วนยาเขียว เป็นยาแผนไทย มีสรรพคุณบรรเทาอาการไข้ แก้ร้อนใน ลดอาการกระหายน้ำ และใช้บรรเทาอาการไข้ออกผื่นๆต่างๆ เช่น หัด อีสุกอีใส หากต้องการทาน ควรใช้ปริมาณที่กำหนดไว้ข้างฉลาก และไม่แนะนำให้ใช้เกิน 3 วัน และห้ามใช้ในกรณีสงสัยว่าอาจเป็นไข้เลือดออก หรือมีโรคการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ และผู้ที่มีประวัติแพ้ละอองเกสรดอกไม้ค่ะ ขอให้อาการดีขึ้นไวไวนะคะ