
Feb 23, 2020 at 02:15 PM

Feb 23, 2020 at 02:15 PM

Feb 23, 2020 at 02:23 PM
สวัสดีค่ะ คุณ ฝน จ๋าา,
ผลข้างเคียงของยาฝังคุมกำเนิดและยาฉีดคุมกำเนิดชนิดที่ฉีดทุก 3 เดือนนั้นจะคล้ายกัน เนื่องจากเป็นฮอร์โมนชนิดเดี่ยวคือฮอร์โมนชนิดโปรเจสเตอโรนเพียงตัวเดียว โดยมักจะทำให้เกิดเลือดออกกะปริดกะปรอย หรืออาจทำให้ประจำเดือนขาดหายไปก็ได้
ดังนั้น การที่มีเลือดออกะปริดกะปรอยในช่วงที่ฝังยาคุมกำเนิดและฉีดยาคุมกำเนิดนั้น ก็น่าจะเกิดจากผลของยาได้ค่ะ
ส่วนหลังจากที่หยุดฉีดยาคุมไปแล้ว เกิดเลือดออกนาน 1 เดือน 23 วัน ถือว่าเป็นอาการเลือดออกผิดปกติ โดยที่ไม่น่าเกิดจากผลของยาฉีด โดยอาจเกิดจากสาเหตุ เช่น
1. มีการตั้งครรภ์แล้วมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น แท้งคุกคาม เป็นต้น
2. มีการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูก แต่มักมีอาการปวดท้องน้อยและตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย
3. มีโรคที่มดลูก เช่น เนื้องอกมดลูก มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก เป็นต้น
4. มีโรคในระบบอื่นๆ เช่น มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ เป็นต้น แต่ก็จะต้องมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย
5. การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ
หากหลังจากที่หยุดฉีดยาคุม ยังคงได้มีเพศสัมพันธ์ แนะนำควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูด้วยค่ะ หากตรวจไม่พบ และเลือดยังคงไม่หยุดไหล ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจหาและรักษาให้เลือดหยุดไหล ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะจะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้ค่ะ ซึ่งอาการเวียนหัวและอาเจียน อาจเป็นอาการของภาวะโลหิตจางได้ แต่หากตรวจพบการตั้งครรภ์ ก็จะเป็นอาการของการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งก็ควรรีบไปพบสูติ-นรีแพทย์โดยเร็วเช่นกันค่ะ