
Oct 27, 2019 at 08:18 PM

Oct 27, 2019 at 08:18 PM

Oct 27, 2019 at 09:50 PM
สวัสดีค่ะ คุณ Namfon Namfon
จากประวัติการโดนไฟดูดเมื่อ 6 ปีนั้น คิดว่า ไม่ได้ส่งผลใดๆกับอาการที่เป็นอยู่นะคะ เพราะภาวะแทรกซ้อนที่โดนไฟดูดจะเกิดขึ้นในทันทีที่โดนค่ะ
อาการเจ็บหน้าอก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุตั้งแต่โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคปอด โรคกล้ามเนื้อเอ็นกระดูก ระบบทางเดินอาหาร
-สาเหตุที่เกี่ยวกับโรคหัวใจที่พบบ่อย ได้แก่ โรคกล้ามหัวใจตายหรือขาดเลือด เป็นโรคที่พบบ่อย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมาก มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ในภาวะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกตรงกลางหรือด้านซ้าย เจ็บเหมือนมีอะไรบีบรัด เหงื่อออก ถ้าออกแรงจะเป็นมากขึ้น
-สาเหตุที่เกี่ยวกับโรคปอด เช่น เยื่อหุ้มปอดอักเสบ จะมีอาการเจ็บเวลาหายใจเข้าออก ไอ จาม เป็นต้น
-สาเหตุที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ จะมีอาการแสบร้อนที่ลิ้นปี่ บางคนมีอาการแสบร้อนมาถึงหน้าอก บางคนจะรู้สึกเหมือนมีลมดัน บางคนจะมีอาการจุกมาที่คอได้ เป็นต้น
-สาเหตุที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อเอ็นกระดูกที่บริเวณหน้าอก เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกอ่อนบริเวณหน้าอกอักเสบ อาการเจ็บจะเป็นมากขึ้นเวลาใช้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ อาจจะเป็นการขยับ การกดหน้าอก หรือหายใจเข้าออกแล้วเจ็บมากขึ้น
***อาการที่ควรรีบมาพบแพทย์ ได้แก่ อาการเจ็บแน่นกลางหน้าอกหรือด้านซ้ายแบบบีบรัด เจ็บมากเวลาออกแรง หรือ ขณะพักอาการเจ็บหน้าอกไม่ทุเลา, มีอาการหอบเหนื่อย, มีอาการนอนราบลำบากร่วมด้วย เป็นต้น หากอาการเจ็บไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการตามที่กล่าวข้างต้น แต่รับประทานแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมเช่นกัน
จากที่คุณ Namfon Namfon เล่ามา อาการเจ็บหน้าอกแต่ละครั้งอาจมีสาเหตุแตกต่างกันค่ะ
อาการเจ็บหน้าอก เป็นเวลาตอนหัวใจเต้นแรง นั่งพักแล้วหาย สามารถพบได้ในคนปกติได้ค่ะ
อาการเจ็บหน้าอกร่วมกับต้นแขนซ้าย ปวดไปสะบัก ปวดเวลาหายใจ โดยที่ไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วปกติ น่าจะเป็นจากกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอกอักเสบค่ะ
ดังนั้นจากที่เล่ามา คิดว่า สุขภาพโดยรวมยังแข็งแรงนะคะ หากต้องการป้องกันการเกิดโรคหัวใจชนิดเส้นเลือดหัวใจตีบในอนาคต แนะนำคุณ Namfon Namfon ให้ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ประมาณ 30นาทีต่อวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้ครบ 5หมู่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีค่ะ