ถามแพทย์

  • การรักษาและการดูแลตัวเองในโรคอีสุกอีใส

  •  Jane Jenjira
    สมาชิก
    วันแรกที่ไข้ แม่ให้กินยาเขียว กินได้วันเดียว พอตื่นมารู้สึกขึ้นที่หน้าเยอะ เพราะมันกดภูมิทำให้ขึ้นเยอะ ก็หยุดกิน ผ่านไปวันกว่าๆ เกือบ2วัน ซื้อยาจากร้านยามา ชื่อ virogon ก็ กินตั้งแต่ช่วงบ่ายเป็นต้นมา พอตื่นเช้ามามันขึ้นเพิ่มเยอะขึ้น แต่ตื่นมาวันนี้ คิดว่าไม่น่าขึ้นมากไปกว่านี้แล้ว 1. ยาvirogon เหมือน vilerm ไหมคะ ทำไมกินแล้วยังขึ้นเพิ่ม ถ้าได้กินแล้วมันจะหยุดขึ้นแล้วไม่ใช่หรอคะ 2. จริงๆแล้ว ตุ่มใสๆ จะแห้งหรือแตกหรอคะ 3. นอนตะแคงน่าจะทับแล้วแตก สังเกตุรอยที่หมอน เอา scar gel มาทาได้ไหมคะ 4 scar gel ทาตอนไหนดีสุดคะ ตอนตุ่มแห้ง , ตกสะเก็ด หรือ รอสะเก็ดหลุดค่อยทา 5 ตอนตุ่มแห้ง เอา เจลว่างหางจระเข้มาทาได้ไหมคะ แล้วถ้าต้องทา Bio oilด้วย มีส่วนผสมของ วิตามิน a กับ e ควรทาตอนไหนดีคะ รอสะเก็ดหลุดหรือเปล่า ถึงทาได้
    Jane Jenjira  Jane Jenjira
    สมาชิก
    ถ้าช่วง แผลแห้ง หรือตกสะเก็ด สามารถอาบน้ำปกติได้ไหมคะ
    Jane Jenjira  Norramon
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Jane Jenjira

    อีสุกอีใสคือการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ทำให้มีตุ่มน้ำเกิดขึ้นตามตัว จะเป็นได้ทั่วร่างกายตั้งแต่ใบหน้า หนังศีรษะ แขน ขา ลำตัว อวัยวะเพศ เวลาตุ่มน้ำแตกอาจมีอาการแสบ คัน และไม่สบายตัว เป็นโรคที่สามารถหายได้เองภายใน 7-14 วันในคนปกติ นั่นคือแค่ดูแลแผล ไม่ไปแกะเกาตุ่มให้มีการติดเชื้อซ้ำซ้อน ร่วมกับรับประทานยาลดไข้กรณีมีไข้ต่ำๆ ก็จะหายได้เอง ไม่ต้องรับประทานยาหรือทายาใดๆทั้งสิ้น หากหายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรค แต่โรคจะซ่อนอยู่ในร่างกาย ทำให้ในอนาคตหากเจ็บป่วย ไม่สบายอาจเป็นงูสวัดขึ้นมาได้ เป็นโรคติดต่อได้ง่ายทางการหายใจหรืออยู่ร่วมบ้านเดียวกันค่ะ จึงต้องระวังว่าเด็กเล็ก คนแก่ ผู้ที่เป็นโรคจะติดโรคนี้แล้วรุนแรงค่ะ

    การรักษาคือรักษาตามอาการในคนปกติอย่างที่กล่าวไป ในกรณีที่ต้องการให้โรคหายเร็วขึ้น จะมีการให้ยาต้านไวรัสในกลุ่มยา acyclovir ซึ่งยาที่คุณ Jane Jenjira กล่าวมาก็คือยาในกลุ่มนี้ค่ะ รับประทานติดต่อกัน 5 วันกรณีคนปกติ หรือ 7-10 วันในคนที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิอยู่ ยาตัวนี้ไม่ได้ทำให้ตุ่มหยุดขึ้นนะคะ เพียงแต่ทำให้หายเร็วขึ้นเท่านั้นค่ะ

    รอยแผลเป็นที่เกิดตามหลังตุ่มอีสุกอีใสที่แตกออกมานั้น สามารถจางไปได้เอง ไม่ต้องรักษา อันที่จริงจะบอกว่าเป็นเรื่องที่รักษาค่อนข้างยากค่ะ ควรป้องกันไม่ให้เกิดเลยจะดีที่สุด คือไม่ไปแกะตุ่ม การใช้ยาตามที่กล่าวมาช่วยอาจจะช่วยได้แค่บางส่วน คงต้องใช้เวลาในการให้หลุมมันค่อยๆตื้นขึ้นมาค่ะ ถ้าจะทาควรทาตอนตุ่มแห้งตกสะเก็ดไปหมดแล้ว ถ้าทาตอนตุ่มยังมีน้ำและชื้นๆ อาจเพิ่มโอกาสการติดเชื้อได้ ยังไม่มีรายงานการศึกษาทางการแพทย์ว่าว่านหางจระเข้ น้ำมัน วิตามิน a หรือ e จะช่วยรักษารอยแผลเป็นจากอีสุกอีใสได้ ถ้าจะทาก็ควรใช้หลักการเดียวกันคือถ้าตอนแผลแห้งไปหมดแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อค่ะ