ถามแพทย์

  • อาการปวดหลัง ต้นคอ สาเหตุจากหลังค่อม

  •  Noi Wassana Thong-on
    สมาชิก

    ดิฉัน อายุ 38 ปี มีอาการปวดหลัง จนบางครั้งไม่สามารถนอนหงาย หรือนอนคว่ำได้ ดิฉันหลังคอมมาก จะมีคนทักบ่อย ดิฉันพยายามนั่งหรือดัดหลังให้ตรงแต่เวลาดัดมากๆหรือนานๆ จะเหมื่อยหล้าเป็นอย่างมาก และก็จะมีอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ ไปพบแพทย์บ่อยครั้ง ฝังเข็มก็ทำ กายภาพบำบัดหลายหน ใส่เสื้อผยุงหลังดัดหลัง แต่อาการไม่ดีขึ้น อยากทราบว่าสามารถมีวิธีรักษาไหนบ้างที่หายปวด และหลังตรงไม่ค่อม ขออนุญาตสอบถามค่ะ

     วัสดีค่ะคุณ  Noi Wassana Thong-on

    อาการปวดหลัง สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากสาเหตุบริเวณหลังเอง เช่น กล้ามเนื้อหลังอักเสบหรือเคล็ด หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือเสื่อม กระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท กระดูกสันหลังยุบตัว กระดูกติดเชื้ออักเสบ หรือกระดูกสันหลังเสื่อม หรือจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น จากอวัยวะภายในอย่างเส้นเลือดใหญ่ ตับอ่อน ไต กระเพาะอาหาร ลำไส้ ระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น

    ส่วนอาการหลังค่อมเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลังส่วนอกที่โค้งนูนมากผิดปกติ อาจเป็นผลมาจากหลายสาเหตุ หลังค่อมที่พบทั่วไปแบ่งได้ 2 อย่างหลัก ๆ คือหลังค่อมที่เป็นผลมาจากการทำท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานและส่งผลต่อสุขภาพของกระดูกสันหลัง  เช่น การงอหลัง การนั่งพิงพนัก การนั่งเอนหลัง หรือการสะพายกระเป่าที่มีน้ำหนักมาก เป็นต้น ทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ประคองกระดูกสันหลังยืดหรือถ่างออก และดึงให้กระดูกสันหลังผิดรูป แก้ไขได้ด้วยการทำท่าทางที่ถูกต้อง เช่น การยืนตัวตรง การยืดหลัง เป็นต้น

    และอีกแบบ คือมีความผิดปกติของกระดูกสันหลังด้วย การรักษาขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของหลังค่อมค่ะ

    หลังค่อมที่เกิดจากท่าทางสามารถบรรเทา และป้องกันได้โดยการอยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้อง ไม่ทำลายสุขภาพของกระดูกสันหลัง โดย นั่งหรือยืนในท่าทางที่ถูกต้อง เช่น หลังตรง ไม่ห่อตัว อกผาย ไหล่ผึ่ง หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมาก เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อหลัง ท้อง และหน้าอก เพื่อให้กล้ามเนื้อเหล่านี้ช่วยพยุงกระดูกสันหลัง ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การว่ายน้ำ การวิ่ง การเดิน การเล่นโยคะ การเล่นพิลาทิส เป็นต้น

    อาการปวดหลังอาจเกิดจากหลังค่อมหรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ด้วยค่ะ เนื่องจากเป็นการรักษาที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน แนะนำว่า ควรต้องพบแพทย์ที่รักษาอย่างต่อเนื่อง และการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไปค่ะ