สวัสดีค่ะ คุณ Whyme,
การเป็นโรคงูสวัดในคนอายุน้อย แสดงว่ามีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งในกรณีของคุณ Whyme คือเป็นผลจากมีเชื้อ HIV อยู่
หากการติดเชื้อ HIV ของคุณ Whyme นั้นยังไม่ได้เข้าสู่โรคเอดส์ระยะสุดท้าย และอาการของงูสวัดที่เป็น ไม่รุนแรง และไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารทานยาต้านไวรัสงูสวัดได้ หากเป็นยา acyclovir ต้องทานขนาด 800 มิลลิกรัม วันละ 5 ครั้ง นานอย่างน้อย 7-10 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องให้ยาต้านไวรัสงูสวัดเข้าสู่หลอดเลือดดำ
แต่หากอาการรุนแรง คือมีผื่นขึ้นนอกแนวของเส้นประสาทมากกว่า 1 แนวของเส้นประสาท หรือผื่นกระจายข้ามเส้นกลางของลำตัว หากมีผื่นที่หน้าและผื่นกระจายไปที่ตา จะทำให้เกิดกระจกตาอักเสบ แผลกระจกตา ม่านตาอักเสบ ต้อหิน ประสาทตาอักเสบ หากมีผื่นบริเวณใกล้หู และเกิดอัมพาตใบหน้าครึ่งซีก มีอาการบ้านหมุน คลื่นไส้ หูอื้อ หูตึง กหรือเกิดเชื้องูสวัดกระจายเข้าสู่สมองและอวัยวะภายในอื่น ๆ เช่น ตับ ปอด ในกรณีเหล่านี้ต้องได้รับยาต้านไวรัสทางหลอดเลือดดำเท่านั้น
ดังนั้นหากทานยาไปแล้ว 5 วัน ผื่นไมีมีแนวโน้มแห้งลง หรือยังคงผื่นลามมากขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์อีกครั้งค่ะ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่าติดเชื้อ HIV อยู่ค่ะ แพทย์จะได้พิจารณาเปลี่ยนชนิดยาต้านไวรัสที่แรงขึ้น เช่น famciclovir หรือพิจารณาให้ยาทางหลอดเลือดดำค่ะ
นอกจากนี้ ควรเริ่มรักษาการติดเชื้อ HIV ไปด้วยนะคะ เพราะหากไม่รักษาเราก็จะป่วยเป็นโรคติดเชื้อต่างๆ ตามมาได้อีกเรื่อยๆ ค่ะ และสุดท้ายก็จะดำเนินเข้าสู่โรคเอดส์ระยะสุดท้ายที่ไม่มีทางรักษาหายค่ะ แต่หากได้ทานยาต้านไวรัส HIV อย่างต่อเนื่อง และมีการดูแลสุขอนามัยที่ดี สามารถมีชีวิตยืนยาวได้หลายสิบปี เนื่องจากยาต้านไวรัส HIV ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูง อายุขัยเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อที่รักษาด้วยยาจากข้อมูลของต่างประเทศคือมากกว่า 60 ปีเลยค่ะ จึงถือว่าไม่ใช่โรคที่น่ากลัวมากอีกต่อไป