
Mar 09, 2018 at 07:38 AM

Mar 09, 2018 at 07:38 AM

Mar 09, 2018 at 09:08 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Noomorn Samoyly,
ตกขาวที่มีสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น และมีอาการคันในช่องคลอดและบริเวณอวัยวะเพศภายนอกดังกล่าว ถือเป็นตกขาวที่ผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเกิดจากการติดเชื้อราในช่องคลอด เนื่องจากตกขาวจากเชื้อรามักเป็นสีขาวขุ่น จับตัวเป็นก้อนลักษณะคล้ายแป้งเปียกหรือนมบูด และจะไม่มีกลิ่นเหม็น ดังนั้นตกขาวดังกล่าวจึงอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ หรือเกิดจากการติดเชื้อราร่วมกับสาเหตุอื่นๆ เช่น
- การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ตกขาวมักมีสีเหลือง หรือเทาขุ่น มีกลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา แต่มักไม่ทำให้คันช่องคลอดและอวัยวะเพศภายนอก
- การติดเชื้อปรสิต ตกขาวมักมีสีเขียว หรือมีฟองปน มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง และมีอาการแสบหรือคันในช่องคลอดมาก
- การติดเชื้อหนองในแท้หรือหนองในเทียม ตกขาวมักมีสีเหลืองหรือเขียว มีอาการเจ็บปวดในช่องคลอดและคันรอบช่องคลอดได้ มักมีอาการปัสสาวะแสบ หรือเจ็บขณะปัสสาวะร่วม
- มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ตกขาวมักมีเลือดปน มีกลิ่นเหม็น และมีอาการเลือดออกขากช่องคลอดผิดปกติ
สำหรับยาสอดฆ่าเชื้อรา เมื่อสอดเข้าช่องคลอดแล้ว ตัวยาจะละลายตัว และเมื่อปนสารคัดหลั่งจากช่องคลอด ก็จะกลายเป็นน้ำไหลออกมา โดยมากมักเห็นเป็นลักษณะเหมือนแป้งสีขาว หากเห็นมีเลือดปน อาจเกิดจากความผิดปกติเดิมที่เป็นอยู่ คือมีการอักเสบของช่องคลอดจากเชื้อต่างๆ
ดังนั้นหากได้เริ่มใช้ยาสอดฆ่าเชื้อราไปแล้ว แนะนำให้ใช้จนครบตามที่กำหนดวิธีใช้ในฉลากแล้ว (หากเป็นตัวยาโคลไตรมาโซลชนิด 100 มิลลิกรัม ใช้ครั้งละ 1 เม็ดสอดติดต่อกัน 6วัน หรือครั้งละ 2 เม็ดสอดติดต่อกัน 3 วัน) อาการตกขาวยังไม่หาย ยังมีอาการคันหรือแสบช่องคลอด หรือยังมีตกขาวมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องน้อยมากขึ้น ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ เนื่องจากอาการตกขาวไม่ได้เกิดเฉพาะจากการการติดเชื้อราในช่องคลอดเพียงอย่างเดียวอย่างที่กล่าวไปค่ะ ในกรณีของคุณ Noomorn Samoyly อาจเกิดจากการติดเชื้อรและเชื้อปรสิตร่วมกัน หรือเกิดจาการติดเชื้อหนองในก็ได้ค่ะ
แต่หากใช้ยาสอดแล้ว มีอาการแสบผิวบริเวณอวัยวะเพศ ผิวลอก บวมแดง มีผื่น มีเลือดออกจากช่องคลอด ปวดท้องน้อยมาก แสดงว่าอาจเกิดการแพ้ยา ควรหยุดใช้และรีบไปพบแพทย์ค่ะ

Mar 09, 2018 at 12:18 PM