ถามแพทย์

  • หูด ดูยังไงว่าหายหรือยัง

  •  Wachirapat Manorat
    สมาชิก

    ผมไปหาหมอแล้วได้ยาทาหูดมา หมอบอกว่าให้ตัดหนังชั้นบนๆออกด้วยเพื่อให้หูดหายเร็วขึ้น แต่ดูเหมือนว่าผมจะเผลอตัดมากเกินไปจนคิดว่าหูดน่าจะหลุดออกมาด้วยแล้ว เลยไม่ในใจว่าสรุปหูดหลุดไปแล้วหรือยัง แล้วควรทายาหูดต่อหรือทาเบตาดีนแทนครับ ผมขออนุญาตแนบรูปแผลไปด้วยนะครับ เป็นรูปที่หลังจะผมตัดหนังออกไปแล้วประมาณ 5 วันครับ

     

     

    อีกคำถามคือโอกาสติดต่อของหูดสูงแค่ไหนครับ เพราะผมเป็นหูดที่ฝ่าเท้า กลัวมาว่าเดินไปมาแล้วจะทำให้เชื้อหูดอยู่บนพื้นบ้าน ควรใส่รองเท้าหรือถุงเท้าหรือปิดพลาสเตอร์ไหมครับ ขอบคุณครับ

    Wachirapat Manorat  Wachirapat Manorat
    สมาชิก

    ขอแนบลิ้งรูปไว้ที่นี่ครับ รูปหูดหลังตัดหนังออก 5 วัน

    Wachirapat Manorat  Wachirapat Manorat
    สมาชิก

    Wachirapat Manorat
    Oct 31, 2020 at 11:11 AM

    ผมไปหาหมอแล้วได้ยาทาหูดมา หมอบอกว่าให้ตัดหนังชั้นบนๆออกด้วยเพื่อให้หูดหายเร็วขึ้น แต่ดูเหมือนว่าผมจะเผลอตัดมากเกินไปจนคิดว่าหูดน่าจะหลุดออกมาด้วยแล้ว เลยไม่ในใจว่าสรุปหูดหลุดไปแล้วหรือยัง แล้วควรทายาหูดต่อหรือทาเบตาดีนแทนครับ ผมขออนุญาตแนบรูปแผลไปด้วยนะครับ เป็นรูปที่หลังจะผมตัดหนังออกไปแล้วประมาณ 5 วันครับ

    รูปหูดหลังตัดหนังแล้ว 5 วัน 

    อีกคำถามคือโอกาสติดต่อของหูดสูงแค่ไหนครับ เพราะผมเป็นหูดที่ฝ่าเท้า กลัวมาว่าเดินไปมาแล้วจะทำให้เชื้อหูดอยู่บนพื้นบ้าน ควรใส่รองเท้าหรือถุงเท้าหรือปิดพลาสเตอร์ไหมครับ ขอบคุณครับ

     

    สวัสดีค่ะ คุณ Wachirapat Manorat,

                        หากได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าเป็นหูดที่ผิวหนัง และได้ทายา ร่วมกับการตัดผิวหนังออก หากสัมผัสแล้วผิวหนังแบนเรียบ ไม่สะดุด กดแล้วไม่แข็ง ไม่เจ็บ ก็แสดงว่าส่วนของเนื้องอกที่เกิดจากหูด น่าจะหลุดออกแล้ว และอาจไม่จำเป็นต้องทายาต่อ ทั้งนี้ หากไม่ได้มีเลือดซึมออกมา ก็ไม่จำเป็นต้องทายาฆ่าเชื้อก็ได้ ( เบตาดีน ที่จะใช้ทา) แต่หากมีเลือดซึมออก ก็ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ และทายาฆ่าเชื้อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนค่ะ

                         อย่างไรก็ตาม แม้เนื้องอกที่เกิดจากหูดจะหายไปแล้ว แต่เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหูด อาจจะยังคงอยู่ในเซลล์ผิวหนัง ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจมีโอกาสกลับเป็นเนื้องอกซ้ำได้ และเชื้อก็อาจมีโอกาสติดไปยังผู้อื่นได้ รวมถึงตนเองด้วย (ติดไปยังผิวหนังบริเวณอื่นๆ) หากมีการสัมผัสผิวหนังกันแบบใกล้ชิด ดังนั้น ก็ไม่ควรใช้มือไปแกะ เกาผิวหนังบริเวณที่เคยมีเนื้องอกหูด และหากเป็นไปได้ ก็ควรใส่รองเท้าในบ้านไปอีกซักระยะ จนกว่าหูดจะไม่กลับเป็นซ้ำอีกค่ะ ส่วนยาทานั้น อาจไม่ได้ช่วยฆ่าเชื้อไวรัสที่หลงเหลือได้ ดังนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องทานยาต่อไปค่ะ