ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

มีเพศสัมพันธ์ 28 ต.ค. ใส่ถุงยาง ประจำเดือนมาตรงวัน แต่มีปริมาณนิดเดียวและมา 1 วัน ต่อมาปวดท้องและปวดหัว ท้องไหม

oatserin153สมาชิก

Nov 16, 2022 at 12:34 PM

คือผมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเมื่อวันที่ 28 แต่ป้องกัน โดยใส่ถุง แต่หลังในแค่แปปเดียว หลังจากวันแรกประจำเดือนมาตรงตามวันปกติ แต่วันที่ 13 แฟนผมมีอาการ เสียดท้องและประจำเดือนเป็นสีแดงเข้มไปถึงดำ แต่มานิดเดียวและวันเดียว วันต่อมามีอาการปวดท้องและปวดหัว และวันนี้ก็ยังปวดเหมือนเดิมแต่ปวด เบาลง แบบนี้คืออาการท้องหรือป่าวครับ

oatserin153สมาชิก

Nov 16, 2022 at 12:35 PM

oatserin153
Nov 16, 2022 at 12:34 PM

คือผมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนเมื่อวันที่ 28 แต่ป้องกัน โดยใส่ถุง แต่หลังในแค่แปปเดียว หลังจากวันแรกประจำเดือนมาตรงตามวันปกติ แต่วันที่ 13 แฟนผมมีอาการ เสียดท้องและประจำเดือนเป็นสีแดงเข้มไปถึงดำ แต่มานิดเดียวและวันเดียว วันต่อมามีอาการปวดท้องและปวดหัว และวันนี้ก็ยังปวดเหมือนเดิมแต่ปวด เบาลง แบบนี้คืออาการท้องหรือป่าวครับ

แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส แพทย์

Nov 16, 2022 at 01:41 PM

สวัสดีค่ะ คุณ oatserin153,

                      การมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 28 ต.ค. หากใส่ถุงยางอนามัยป้องกัน โอกาสในการตั้งครรภ์ถือว่ามีน้อยอยู่ค่ะ หลังจากนั้น หากได้มีประจำเดือนมา โดยมาในช่วงที่ที่ประจำเดือนควรจะมา ก็น่าจะเป็นประจำเดือนที่ปกติดี อย่างไรก็ตาม หากประจำเดือนมีปริมาณแค่เล็กน้อย และมาเพียงแค่ 1 วันแล้วหายไป ก็อาจไม่ใช่ประจำเดือน ดังนั้น ก็ควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูก่อน โดยสามารถที่จะตรวจได้แล้วในวันนี้ หากตรวจไม่พบ ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และเลือดที่ออกมา ก็ถือเป็นประจำเดือน ส่วนการที่มีปริมาณน้อยกว่าปกติ อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น มีความเครียด ทำงานหนัก ออกกำลังกายมากไป มีน้ำหนักลด เป็นต้น

                         ส่วนอาการปวดท้องและปวดหัว หากเป็นหลังจากที่ประจำเดือนหยุดไปแล้ว ก็ไม่น่าเป็นอาการขณะที่มีประจำเดือน แต่อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น มีกระเพาะอาหารอักเสบ อาหารเป็นพิษ ลำไส้อักเสบติดเชื้อ การมีความเครียด วิตกกังวล เป็นต้น ซึ่งหากในวันนี้ อาการเริ่มดีขึ้น ก็ควรสังเกตอาการไปก่อน และดูแลตามอาการ ได้แก่ การทานอาหารที่ย่อยง่าย ไม่ทานอาหารรสจัด ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ไม่ดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น แต่หากอาการไม่หายไป ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ 

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม