
Jan 17, 2021 at 10:21 AM

Jan 17, 2021 at 10:21 AM

Jan 17, 2021 at 11:10 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Punki,
การมีเลือดออกหลังจากที่หมดประจำเดือนไป 2 สัปดาห์ แล้วต่อมาอีก 2 สัปดาห์ ก็มีเลือดออกมาอีก ถือเป็นอาการเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดได้จาก
1. การตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ เช่น แท้งคุกคาม เป็นต้น
2. ความผิดปกติที่มดลูก เช่น เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก (แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังมีโอกาสเป็นได้ เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องกันได้ 100%) เป็นต้น
3. การทำงานผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น ภาวะที่มีถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งมักจะมีอาการของปรจำเดือนผิดปกติมาก่อน เช่น การที่นานๆ ครั้งจึงจะมีประจำเดือนมา
4. มีโรคในระบบอื่นๆ เช่น มีภาวะเกร็ดเลือดต่ำ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ เป็นต้น
5. การใช้ยาฮอร์โมนต่างๆ ยาสตรี สมุนไพร อาหารเสริมต่างๆ รวมถึงยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เป็นต้น
6. มีมดลูกอักเสบติดเชื้อ ซึ่งจะมีตกขาวที่ผิดปกติและอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย
สำหรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนั้น ผลข้างเคียงอย่างหนึ่ง (แต่พบได้น้อยมาก) คืออาจทำให้เกิดเลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม ผลน่าจะกเดิขึ้นตั้งแต่การฉีดวัคซีนเข็มแรก ไม่น่าเกิดหลังจากที่ได้ฉีดวัคซีนครบไป 3 เข็มแล้ว ดังนั้นวัคซีนจึงไม่น่าเป็นสาเหตุที่ทำให้มีประจำเดือนปกติค่ะ
ดังนั้น หากที่ผ่านมา ได้มีเพศสัมพันธ์ แนะนำควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูก่อนค่ะ หากตรวจไม่พบ แต่ยังคงมีเลือดไหลออกบ่อยๆ อีก ก็ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางสูติ-นรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้ค่ะ